บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ แม่น้ำคงคากับภูเขาหิมาลัย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ แม่น้ำคงคากับภูเขาหิมาลัย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ แม่น้ำคงคากับภูเขาหิมาลัย

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                    กาลครั้งหนึ่ง ในปัจจุบันนี้ ณ จุดที่สูงที่สุดของโลก บนพื้นที่อันหนาวเหน็บ ของประเทศเนปาล มีภูเขามหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มีนามว่า “หิมาลัย” ที่ทะนงตนว่า “ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะยิ่งใหญ่และมั่นคงไปกว่าข้า”

                    ท่ามกลางแสงแดดที่กระทบยอดเขา หิมะขาวโพลนเริ่มละลายกลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ แล้วรวมตัวกันเป็นลำธารสายเล็ก ซึ่งจะไหลไปยังแม่น้ำสำคัญของประเทศอินเดียชื่อ “คงคา”

                    เมื่อขุนเขาหิมาลัยเห็นสายน้ำสายเล็กๆ กำลังจะไหลลงสู่เบื้องล่าง จึงเอ่ยทักด้วยเสียงดังกัมปนาทว่า “เจ้าหยดน้ำกระจ้อยร่อย! เจ้าจะไปไหน? ดูสิว่าข้านั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ข้าขวางกั้นเมฆ และบดบังแสงอาทิตย์ได้ แต่เจ้านั้นอ่อนแอและนุ่มนิ่มเหลือเกิน ใครขวางทางก็ต้องหลบ เจ้าไม่ละอายหรือที่ต้อง’ยอม’ ให้สิ่งอื่นอยู่เสมอ?”

                    สายน้ำคงคาไม่ได้โกรธเคือง เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนและตอบกลับด้วยความสุภาพว่า “ท่านขุนเขาหิมาลัยผู้ยิ่งใหญ่ ท่านแข็งแกร่งและมั่นคงนัก แต่ข้ามีจุดหมายคือไหลไปสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ข้านั้นไม่ได้อ่อนแอ… เพียงแค่ ‘อ่อนน้อม’ เพื่อให้การเดินทางของข้าราบรื่นเท่านั้นเอง”

                    ตลอดเส้นทางอันยาวไกล ขุนเขาหิมาลัย จงใจวางอุปสรรคเพื่อทดสอบความอ่อนน้อมของสายน้ำ:

                    โขดหินยักษ์: ขุนเขาหิมาลัยใช้หินผาใหญ่ที่ไม่มีวันขยับขวางทางไว้ แต่แทนที่สายน้ำคงคาจะพุ่งชนให้ตัวบาดเจ็บแตกสลาย เธอเลือกที่จะ “ไหลอ้อม”ก้อนหิน ไปอย่างช้าๆ เธอให้เกียรติหินที่อยู่มาก่อน ไม่ดึงดันเอาชนะ เพียงเพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรี

                    ทางต่างระดับ: ขุนเขาหิมาลัยสร้างเหวลึก หวังให้คงคาหวาดกลัว แต่เธอกลับ “ยอมลดตัวลงต่ำ” เปลี่ยนตัวเองเป็นน้ำตกที่สง่างาม ยิ่งเธอยอมลดตัวลงต่ำเท่าไหร่ พลังที่ส่งเธอไปข้างหน้าก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

                    ช่องแคบ: เมื่อต้องผ่านถ้ำที่มืดมิคและแคบชัน คงคาไม่บ่นด่าโชคชะตา แต่เลือก “บีบตัวให้เล็ก” ถ่อมตัวลง จนไหลลอดผ่านช่องว่างที่แคบที่สุด ออกมาได้สำเร็จ

                    เวลาผ่านไปหลายล้านปี… ขุนเขาหิมาลัยที่เคยทะนงตน กลับเริ่มสึกกร่อนเพราะถูกลมฝนและสายน้ำกัดเซาะ และสุดท้ายหินที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องยอมจำนนต่อแรงซึมลึกของน้ำที่ต่อเนื่อง “น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน”

                    “สายน้ำคงคา” ยิ่งอ่อนน้อม อ่อนโยน ยิ่งไหลลงสู่ที่ต่ำ คงคากลับได้รับน้ำจากลำธารสายอื่นๆ มารวมตัวกัน จนกลายเป็นแม่น้ำยิ่งใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนนับล้าน และสุดท้ายก็ได้หลอมรวมกับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ตามความปรารถนา

                    1. อ่อนน้อมแต่ไม่โอนอ่อน: เหมือนน้ำที่ดูนุ่มนวลแต่มีพลังเจาะทะลุหินแข็งได้ด้วยความเพียร

                    2. ยิ่งต่ำยิ่งใหญ่: น้ำที่ไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ กลับกลายเป็นที่รวมของสายน้ำทั่วสารทิศ คนที่ถ่อมตนย่อมได้รับเมตตาและความช่วยเหลือจากผู้อื่น

                    3. ชนะโดยไม่ต้องรบ: การรู้จักหลบเลี่ยงความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น (การไหลอ้อม) คือวิถีของผู้มีปัญญาที่มุ่งเน้นที่ “เป้าหมาย” มากกว่า “ความหยิ่งยะโสโอหัง”

                    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:  “ความอ่อนน้อมถ่อมตน” หรือ”อปจายนมัย” ในธรรมะที่ชื่อบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการของพุทธศาสนานั้น ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการใช้ปัญญาแห่งการทำความดี

อาทร  จันทวิมล

Leave a comment