บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ หลับในห้องเรียน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ หลับในห้องเรียน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ หลับในห้องเรียน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                   กาลครั้งหนึ่ง ในประเทศไทย ในหมู่บ้านชาวประมง ที่สมุทรสาคร มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ “ชูชัย” อายุ 14 ปี อาศัยอยู่ในกระท่อมหลังเล็กเก่าๆ กับแม่ที่ล้มป่วย ชูชัยเป็นเด็กที่มีแววตามุ่งมั่น แต่เขากลับถูกตราหน้าว่าเป็น “เด็กขี้เกียจ” ในโรงเรียน เพราะเขาใส่เสื้อผ้าที่ไม่ได้รีด ชอบนั่งแถวหลังสุดและมักจะแอบฟุบหลับในห้องเรียนเกือบทุกบ่าย

                   ทุกคืนขณะที่เพื่อนร่วมชั้นกำลังหลับสบาย ชูชัยจะตื่นขึ้นมาตอนตี 3 เขาเดินไปที่เตียงของแม่ ค่อยๆ บีบนวดขาให้ท่านอย่างเบามือ ด้วยความกตัญญู “แม่จ๊ะ… เดี๋ยวลูกจะไปทำงานหาเงิน เพื่อให้แม่มีข้าวกิน มียากิน มีเงินไปหาหมอ”

                   จากนั้น ชูชัยจะปั่นจักรยานฝ่าความมืดไปยังท่าน้ำ รับจ้างแบกเข่งปลาทูที่หนักอึ้งจากเรือประมงที่จอดอยู่ริมฝั่ง แลกกับเงินไม่กี่สิบบาท ก่อนจะรีบกลับมากินอาหารเช้าที่แม่ทำไว้ แล้วจึงวิ่งไปโรงเรียนตอนเจ็ดโมงเช้า ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าเต็มที

                  ในห้องเรียนของ ครูมานะ ครูวัยใกล้เกษียณที่แสนเข้มงวด วันนั้นอากาศร้อนอบอ้าว ชูชัยพยายามถ่างตาดู อักษรที่เขียนด้วยชอล์กบนกระดานดำ แต่สุดท้ายร่างกายก็ต้านทานไม่ไหว หัวของเขาค่อยๆ ฟุบลงกับโต๊ะไม้

                  “ปัง!” เสียงไม้บรรทัดเคาะโต๊ะดังสนั่น       

                  “ชูชัย! ถ้าอยากนอนก็กลับไปนอนที่บ้าน พ่อแม่ส่งมาเรียนนะ ไม่ได้ส่งมานอน ไม่สงสารพ่อแม่ที่อาบเหงื่อต่างน้ำส่งเรียนบ้างหรือไง! คงจะเล่นเกมโทรศัพท์จนดึกดื่นแน่ ไม่กลัวสอบตกหรือไง?” คำพูดของครูมานะเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจชูชัย เขาตื่นขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า ไม่ใช่เพราะเจ็บที่โดนดุ แต่เพราะคำว่า “กตัญญู” คือสิ่งที่เขาถือมั่นมาตลอด

                  ครูมานะสงสัยในความเป็นอยู่ของชูชัย จึงตัดสินใจไปที่บ้านของเด็กชายในเช้าวันรุ่งขึ้น… ภาพที่ท่านเห็นคือ เด็กชายตัวน้อยตัวมอมแมม เพราะเพิ่งกลับจากการแบกเข่งปลาจากเรือประมง กำลังประคองแม่ขึ้นนั่งป้อนข้าวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋านักเรียนที่ขาดๆ วิ่งออกจากบ้าน และเมื่อถึงเวลาเรียนบ่ายวันนั้น ชูชัยเริ่มสัปหงกนั่งหลับอีก เพื่อนๆ หัวเราะรอฟังคำดุด่าจากครูมานะ แต่คราวนี้… ทุกอย่างเปลี่ยนไป

                   ครูมานะเดินไปหยุดที่ข้างโต๊ะชูชัย ท่านไม่ได้ดุด่า แต่กลับเลื่อนบานหน้าต่างไม้ เปิดรับลมเย็นให้ลูกศิษย์ฟุบนั่งหลับอย่างเงียบเชียบ แววตาของครูมานะเต็มไปด้วยความเข้าใจ เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ หันมามองเหตุการณ์นี้ด้วยความแปลกใจ

                   เมื่อชูชัยตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ครูมานะวางมือบนหัวเขาแล้วพูดว่า

                  “ชูชัย… ครูขอโทษที่เคยว่าหนู ครูเห็นหมดแล้วว่าหนูเป็นเด็กกตัญญูแค่ไหน ความเหนื่อยของหนูในวันนี้ คือความภาคภูมิใจของแม่และของครูนะลูก”

                   ครูมานะนำเรื่องความกตัญญูของชูชัย ไปบอกเล่าให้ทุกคนฟัง ท่านช่วยหางานเบาๆ ให้ชูชัยทำที่โรงเรียน แลกกับอาหารเพื่อนำไปฝากแม่ ตลอดจนช่วยดูแลเรื่องยารักษาโรค และเพื่อนก็แบ่งปันขนมให้    จนชูชัยไม่ต้องตื่นไปแบกเข่งปลาตอนตีสามอีกต่อไป

                  การกระทำของชูชัยเป็นการทำความดี ในบุญกิริยาวัตถุ เรื่องการขวนขวายรับใช้ผู้มีพระคุณ (เวยยาวัจจมัย) เพราะไปทำงานกลางดึกเพื่อหาเงินมาดูแลรักษาแม่ที่ป่วย จนไปหลับในห้องเรียน

                  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ” คนที่เราได้พบ อาจกำลังต่อสู้กับข่าวร้ายหรือสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้ อย่าตัดสินอะไร เพียงสิ่งที่มองเห็น สิ่งที่ได้ยิน  สิ่งที่เล่าลือหาเสียงโฆษณาชักชวน หรือสิ่งที่คิดเอาเอง  “

                  เรียบเรียงจากนิทานภาษาสเปน ของพวกละตินอเมริกา เรื่อง ครูกับนักเรียนที่ชอบหลับในห้องเรียน  “El profesor y el alumno que se dormía en clase”

Leave a comment