รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มะเร็งต่อมลูกหมาก

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มะเร็งต่อมลูกหมาก

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มะเร็งต่อมลูกหมาก

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.15 น.

โรคมะเร็งที่เกิดกับผู้ชายในอัตราสูงมากคือมะเร็งต้อมลูกหมาก อ้างอิงจากจากสถิติโลกพบว่าเป็นอันดับ 4 ของมะเร็งทุกชนิด แต่เป็นมะเร็งที่พบมากอันดับ 2 ในผู้ชาย โดยในปี ค.ศ. 2022 มีผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากรายใหม่ทั่วโลก มากกว่า 1.4 ล้านคน

มะเร็งชนิดนี้เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ในต่อมลูกหมากที่เจริญเติบโตผิดปกติ จนไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการร่วมกัน แต่ปัจจัยเสี่ยงหลัก คือ พันธุกรรมและประวัติครอบครัว ผู้ที่บิดา พี่ชาย หรือน้องชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มักมีความเสี่ยงสูงขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และพบว่าเมื่อผู้ชายอายุเกิน 40-50 ปี มีโอกาสเป็นมะเร็งต้อมลูกหมากมากขึ้น เนื่องจากเซลล์เปลี่ยนแปลงไปตามวัย แต่ทั้งสองปัจจัยนี้ เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

แต่ปัจจัยที่เราเปลี่ยนแปลงและควบคุมได้ คือดูแลเรื่องอาหารการกิน และไลฟ์สไตล์ ลดการกินเนื้อแดง อาหารไขมันสูง อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม แฮม ลดการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พยายามเลี่ยงโรคอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เพราะความอ้วนทำให้เกิดอนุมูลอิสระไปกระตุ้นฮอร์โมนเพศชายที่เร่งการเกิดมะเร็ง

มะเร็งต่อมลูกหมากมักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่มีสัญญาณเตือนสำคัญที่ควรสังเกต โดยเฉพาะปัญหาการปัสสาวะและอาการปวด ซึ่งมีอาการสำคัญระยะเริ่มต้น เช่น ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ปัสสาวะติดขัดจนรู้สึกลำบาก ไหลอ่อน หรือกลั้นไม่อยู่ และพบว่าปัสสาวะหรือน้ำอสุจิมีเลือดปน ปวดแสบขณะปัสสาวะ หรือรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด ส่วนสัญญาณเตือนเมื่อมะเร็งลุกลาม เช่น ปวดหลัง เชิงกราน สะโพก หรือกระดูก น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ขาบวม ท้องบวม หรือชาอ่อนแรงที่ขา ในกรณีกดทับไขสันหลัง เป็นต้น

แนะนำว่าต้องไปตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออาจเริ่มตั้งแต่ 40-45 ปี ในกรณีมีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น ญาติผู้ชายสายตรงมีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมาก

การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากทำได้หลายวิธี เช่น ตรวจเลือดเพื่อหาค่าสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก PSA (Prostate-Specific Antigen) สาร PSA ถูกผลิตขึ้นมามากกว่าปกติในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก และยังใช้วิธีการคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก โดยแพทย์ใช้นิ้วคลำหาขนาดและความผิดปกติของต่อมลูกหมาก หากผิดปกติ ก็จะตรวจเพิ่มด้วยอัลตราซาวด์ทางทวารหนัก หรือใช้เทคโนโลยีภาพเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กสามมิติ หรือเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ

การรักษา ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ความเสี่ยง และสุขภาพผู้ป่วย แต่ต้องกำจัดหรือควบคุมเซลล์มะเร็งให้ได้มากที่สุด ดังนั้นแพทย์ผู้รักษาจะแนะนำวิธีการรักษาต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ผ่าตัด ในยุคปัจจุบัน อาจใช้การตรวจแบบส่องกล้อง ทำให้มีแผลเล็ก เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว หรือฉายรังสี หรือให้ฮอร์โมนบำบัด  ให้เคมีบำบัด  และให้สารเภสัชรังสี ซึ่งอาจใช้การรักษาร่วมกันหลายวิธี

แม้ว่าการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากจะไม่สามารถทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อเราปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตก็ลดความเสี่ยงได้ และต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ และต้องไปตรวจคัดกรองตามระยะ แล้วปรับการกินการอยู่ โดยเพิ่มผักผลไม้หลากสีในทุกมื้ออาหาร เช่น มะเขือเทศ ผักตระกูลกะหล่ำ แครอท ผลไม้ต้านอนุมูลอิสระ ลดการกินเนื้อแดง ไขมันสูง อาหารแปรรูป​ กินอาหารที่ให้วิตามินดี ซีลีเนียม สังกะสีจากธัญพืชจำพวกถั่ว กินเนื้อปลา และใช้การปรุงอาหารด้วยการต้ม หรือนึ่ง แทนการทอด ผสมกับเพิ่มการออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ รักษาน้ำหนักให้สมดุลกับความสูง ไม่ปล่อยให้อ้วนลงพุง​ เลิกสูบบุหรี่ ลดหรือเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการกับความเครียดให้ได้ นี่คือการทำให้ตัวเองห่างไกลจากมะเร็งต่อมลูกหมาก​​

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment