
บทความพิเศษ :
วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.46 น.
ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีนกน้อยที่มีขนสีน้ำตาลอ่อนและเสียงร้องไพเราะ แม้จะตัวเล็ก แต่มีใจกล้าหาญและใจดี
วันหนึ่ง ขณะที่นกน้อยกำลังหาอาหารอยู่ตามปกติ มันก็พบเมล็ดข้าวเปลือกกองหนึ่งแวววาวระยิบระยับราวกับมีแสงทอง เมล็ดข้าวนี้ไม่เหมือนเมล็ดธรรมดา เพราะเมื่อนกน้อยจิกกิน มันก็รู้สึกอิ่มท้องอย่างมหัศจรรย์ และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น เมล็ดข้าวเม็ดนั้นได้งอกออกมาเป็นต้นข้าวทันทีที่ตกลงบนพื้นดิน และให้ผลเป็นเมล็ดข้าวอีกมากมาย
นกน้อยดีใจมาก แต่ไม่ได้คิดเก็บสมบัติไว้ตามลำพัง เขานึกถึงเพื่อนๆ ในป่าที่บางครั้งก็หาอาหารยาก จึงบินไปบอกกระรอกน้อย กระต่ายป่า กวาง และสัตว์ทั้งป่า
“มาเถอะเพื่อนๆ ฉันพบข้าวเปลือกวิเศษที่เราสามารถปลูกและแบ่งปันกันได้” นกน้อยร้องเรียกด้วยความดีใจ

สัตว์ป่าทุกตัวช่วยกันปลูกและดูแลต้นข้าววิเศษ ไม่นานนัก ป่าแห่งนี้กลายเป็นท้องทุ่งข้าวอุดมสมบูรณ์ สัตว์ทุกตัวมีอาหารเพียงพอ ไม่มีใครหิวโหยอีกต่อไป
เพราะความใจดีและความเอื้อเฟื้อของนกน้อย สัตว์ทั้งป่าจึงยกย่องให้เป็น “ราชานกผู้ใจกว้าง” ไม่ใช่เพราะมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่เพราะมีหัวใจที่พร้อมแบ่งปันและทำให้ทุกชีวิตมีความสุขไปด้วยกัน
การกระทำของนกน้อย เป็นการทำความดีโดยการแบ่งปันไปให้ผู้อื่น ซึ่งตรงกับปัตติทานมัย ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ และ กฎลูกเสือข้อ 6 ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์
เรียบเรียงจากนิทานเปอร์เชียโบราณ อายุ 700 ปี ของ รูมิ เรื่อง ข้าววิเศษ The Magic Grain of Rice