บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดี

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดี

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดี

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                     ประเทศมัลดีฟส์ เป็นหมู่เกาะ 1,190 เกาะ อยู่ในมหาสมุทรอินเดียใกล้ประเทศศรีลังกา ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีครามสดใส เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นปลา กุ้ง หอย และปะการังใต้ทะเลอันสวยงาม จนคนทั่วโลกนิยมไปท่องเที่ยว

                     ไจแซม ( Mohammed Jaisham Ibrahim) เป็นลูกเสือหนุ่มอายุ 15 ปีของโรงเรียน กียาสุดิน  ประเทศมัลดีฟส์  เขาเป็นลูกเสือที่มีความมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในเครื่องแบบของเขา ไจแชมจดจำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือได้ขึ้นใจ โดยเฉพาะข้อที่ว่า “ลูกเสือเป็นมิตรกับทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก (A Scout is a friend to all and a brother to every other Scouts) และ ลูกเสือจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ (Help other people at all times)”

                     วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นวันที่ชาวเมืองบนเกาะโฮอาราฟูชิ (Horafushi) ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะประธานาธิบดี มอมูน อับดุล กายูม วัย 70 ปี จะเดินทางมาร่วมชุมนุมของชนเผ่า และเยี่ยมเยียนประชาชน คนมากมายมาต้อนรับ รวมถึงไจแชมที่สวมชุดลูกเสือเต็มยศ ยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยความสงบเรียบร้อย

                   ขณะที่ท่านประธานาธิบดีกำลังเดิน จับมือทักทายกับลูกเสือและประชาชนอย่างใกล้ชิด ทันใดนั้น ก็มีชายว่างงานอายุ 20 ปี คนหนึ่งท่าทางคล้ายทหารไว้หนวด ยืนปะปนกับประชาชนด้านหลังชองแถวลูกเสือ คนร้ายผลักตัวลูกเสือ แล้วกระโดดพุ่งพรวดออกมาจากฝูงชน ในมือของเขาซ่อนมีดทำครัวเล่มยาวไว้ใต้ธงชาติมัลดีฟส์ เขาเงื้อมือที่ถือมีด ขึ้นสุดแขนหมายจะแทงเข้าที่ท้องของท่านประธานาธิบดี พร้อมกับตะโกนว่า  “อะหล่า อัคบาร์” ซึ่งเป็นภาษาอาหรับแปลว่า “พระเจ้าเป็นใหญ่ที่สุด” 

                   เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนคนรอบข้างตกตะลึง จนทำอะไรไม่ถูก แต่ด้วยสติและสัญชาตญาณของลูกเสือที่ฝึกฝนมาให้ “จงเตรียมพร้อม Be Prepare”  ไจแชมไม่วิ่งหนี แต่พุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าท่านประธานาธิบดีไว้ แล้วใช้มือเปล่าทั้งสองข้างแย่งมีดคมกริบจากคนร้ายอย่างสุดแรง!

                   “โอ๊ย!” ไจแชมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลอาบมือของเขา แต่ไจแซมไม่กลัว นิ้วมือเล็กๆ ของเขา ยังคงกำมีดของคนร้ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้

                    ประธานาธิบดีมัลดีฟ ปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์  มีเลือดเปื้อนเสื้อประธานาธิบดี ซึ่งไม่ใช่เลือดของท่าน แต่เป็นเลือดของลูกเสือไจแซมผู้กล้าหาญที่บาดเจ็บขณะแย่งมีดกับคนร้าย คนร้าย 4 คนถูกจับกุม ตำรวจสอบสวนได้ความว่า เป็นพวกหัวรุนแรงทางศาสนา ที่ต่อต้านการรุกรานของสหรัฐอเมริกาในอิรัก และอาฟกานิสถาน แล้วไม่พอใจที่ประธานาธิบดีกายูมสนับสนุนสหรัฐ 

                    ท่านประธานาธิบดีหันมามองเด็กหนุ่มในชุดลูกเสือ ที่ยืนกุมมือที่บาดเจ็บด้วยความซาบซึ้งใจ ไจแชมไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือรางวัล แต่เขาทำไปเพราะหัวใจที่กล้าหาญและต้องการปกป้องประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหัวหน้าลูกเสือของมัลดีฟ ตามหน้าที่ของลูกเสือ

                    ไจแซมบอกว่า “เมื่อโตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจ  เพราะผมต้องการปกป้องประเทศมัลดีฟส์ของผม”

                    เรื่องราวของไจแชมโด่งดังไปทั่วโลก เขากลายเป็นวีรบุรุษตัวน้อยที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า “ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่เข้มแข็งและเสียสละ” และนี่คือจิตวิญญาณที่แท้จริงของลูกเสือที่โลกไม่เคยลืม

                    การกระทำของลูกเสือไจแซมเป็นการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ในข้อ 6 การเสียสละ ช่วยเหลือผู้อื่น (ปัตติทานมัย) เพราะยอมเอาเลือดเนื้อของตนปกป้องชีวิตของประธานาธิบดีมัลดีฟส์  

                    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: “การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นความดีที่โลกสรรเสริญ”

                    เรียบเรียงจาก รายงานของสำนักงานลูกเสือโลก ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดีมัลดีฟจากการถูกฆาตกรรม Scout saves Maldives President from assassination https://www.scout.org/node/1781

                                                                                     อาทร  จันทวิมล

Leave a comment