บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในบ้านไม้หลังเล็กชายป่า มีพี่น้องคู่หนึ่งชื่อ เก่ง กับ ก้อย ทั้งคู่เป็นลูกช่างไม้ที่ฐานะยากจน ในคืนก่อนวันปีใหม่ เก่งกับก้อยก็ได้แต่นั่งมองแสงไฟจากบ้านหลังใหญ่ฝั่งตรงข้าม

          ทันใดนั้น มีคุณยายใจดีคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น คุณยายบอกว่า “เด็กๆ จ๊ะ ช่วยยายหน่อยได้ไหม? หลานของยายกำลังป่วยหนัก เธอต้องการ นกสีฟ้าแฟ่งความสุข มาเป็นเพื่อน ถ้าเธอได้นกตัวนั้นมา เธอจะหายป่วยและมีความสุขทันที”

          คุณยายมอบ “แหวนวิเศษ” ให้เก่ง พร้อมบอกว่า “ถ้าหมุนแหวนนี้ จะได้ของวิเศษมาช่วยตามหานกสีฟ้าแห่งความสุข”

          เมื่อเก่งลองหมุนแหวนดู ทันใดนั้นเรื่องมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! เจ้าหมาขาวกับเจ้าแมวเหมียวที่บ้านก็ลุกขึ้นมาพูดได้ สิ่งของอย่างน้ำตาล ขนมปัง หรือแม้แต่ “แสงไฟ” ก็กลายเป็นเทวดาตัวน้อยๆ ที่พร้อมจะเดินทางไปช่วยเด็กๆ ตามหานกสีฟ้า

          พวกเขาเดินทางไปยังดินแดนประหลาดมากมาย:

เมืองแห่งความหลัง: พวกเขาได้พบกับคุณปู่คุณย่าที่เสียชีวิตไปแล้ว ท่านทั้งสองยิ้มให้และบอกว่า “ปู่กับย่าไม่ได้ไปไหนหรอก แค่หลานๆ คิดถึง ปู่กับย่าก็ดีใจแล้ว” เก่งเจอนกตัวหนึ่งดูเหมือนจะเป็นสีฟ้า แต่พอพ้นเขตเมืองนั้น นกก็กลับกลายเป็นสีดำเหมือนเดิม
ปราสาทแห่งความมืด: พวกเขาต้องใช้ความกล้าหาญเปิดประตูความกลัวเพื่อหานกสีฟ้า แต่สิ่งที่พบมีเพียงนกที่สวยงามแต่บอบบาง พอโดนแสงสว่างพวกมันก็หายไป เพราะมันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
เมืองแห่งอนาคต: ที่นี่มีเด็กๆ ที่ยังไม่ได้มาเกิด กำลังประดิษฐ์ของวิเศษเพื่อนำมาใช้บนโลกมนุษย์ ทุกคนบอกเก่งกับก้อยว่า “ความสุขคือการได้ทำประโยชน์ให้โลกใบนี้”

          เก่งและก้อยเดินทางไปจนสุดขอบฟ้า แต่ก็หานกสีฟ้าแห่งความสุขไม่เจอ ทั้งคู่กลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้าและเสียใจที่ช่วยคุณยายไม่ได้ “เราไปมาทุกที่แล้ว แต่ทำไมไม่เจอนกสีฟ้าตัวนั้นเลยนะ” ก้อยร้องไห้

          แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดส่องเข้ามาในบ้าน เก่งมองไปที่กรงนกเขาธรรมดาๆ ที่เขากับก้อยคอยให้อาหารและน้ำทุกวัน… “ก้อย ดูนั่นสิ! นกของเรากลายเป็นสีฟ้าแล้ว!” เก่งตะโกนด้วยความดีใจ

          นกตัวนั้นดูสดใสและสวยงามกว่าวันไหนๆ เพราะพวกเขามองนกด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก

          ตอนนั้นเอง คุณยายเพื่อนบ้านเดินมาเคาะประตูพร้อมบอกว่าหลานสาวของเธอป่วยหนัก เก่งไม่รีรอเลย เขาอุ้มนกสีฟ้า ไปมอบให้คุณยายเพื่อรักษาอาการป่วยของหลานสาวทันที

          “ฉันอยากให้เธอหายป่วย ความสุขของฉันคือการเห็นเธอยิ้ม” เก่งกล่าว

          ต่อมาหลานสาวคุณยายก็หายป่วย  และได้ปล่อยนกสีฟ้าตัวนั้นให้เป็นอิสระบินเข้าป่าไป    เก่งกับก้อยไม่ได้รู้สึกสียดายนกสีฟ้าของตน  แต่กลับรู้สึกดีใจไปกับการหายป่วยของเพื่อน   โดย ทั้งเก่งกับก้อยรู้สึกมีความสุขมากกว่าตอนที่เก็บนกไว้เองในกรงเสียอีก พวกเขาได้เรียนรู้ว่า “ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล แต่อยู่ที่การมีจิตใจเมตตาอยากเห็นคนอื่นพ้นทุกข์และเห็นคนอื่นมีความสุขนั่นเอง”

          การกระทำในเรื่องนี้ตรงกับการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ในเรื่องการที่เก่งกับก้อยร่วมยินดีกับการหายป่วยของหลานคุณยาย (ปัตตานุโมทนามัย)

ทำความเห็นให้ตรง ( ทิฏฐุชุกัมม์) เพราะทำให้เข้าใจความจริงของโลกและชีวิต เด็กทั้งสองได้เรียนรู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่การไขว่คว้าหาจากภายนอกหรือดินแดนไกลโพ้น แต่เริ่มจากการเปลี่ยน “มุมมอง” ของตนเองเพื่อเห็นคุณค่าในสิ่งที่มีอยู่แล้ว การปรับทัศนคติให้ถูกต้องว่าความสุขอยู่ที่ใจและสิ่งใกล้ตัว 

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : การแบ่งปันและการทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น คือวิธีสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

          เรียบเรียงจากนิทานเบลเยี่ยมชื่อ The Blue Bird ของนักเขียนรางวัลโนเบลชื่อ เมเธอรลิงค์ (Maurice Maeterlinck) ซึ่งลอร์ด เบเดน โพเอลล์ นำไปเล่าต่อในหนังสือคู่มือลูกเสือ ชื่อ “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ  Rovering to Success”

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

Leave a comment