
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ จดบันทึกความดีของผู้อื่น
วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ที่ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ หรือ เรเนสซองส์ (Renaissance) สมัยคริสตวรรษที่ 14-17 หรือสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งไม่มีเครื่องพิมพ์เอกสารหรือเครื่องถ่ายเอกสารเหมือนในปัจจุบัน มีชายคนหนึ่งนามว่า ลอเรนโซ (Lorenzo) เขาเป็น พนักงานคัดลอกเอกสารหรือ “อาลักษณ์” ผู้ต่ำต้อยที่ทำงานอยู่ในห้องสมุดเก่าๆ ของกรุงวาติกัน
ลอเรนโซไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีอำนาจ และไม่มีชื่อเสียงเหมือนจิตรกรเอกอย่างไมเคิลแองเจโล แต่เขามี “ดวงตาที่มองเห็นความดี” ทุกวันที่เขาเดินผ่านตลาดหรือจัตุรัสเมือง แทนที่จะบันทึกเพียงตัวเลขภาษีหรือโองการจากทางการ เขากลับใช้เวลาว่างจดบันทึกเรื่องราวเล็กๆ ที่คนมองข้ามลงในสมุดส่วนตัวที่ชื่อว่า “Il Diario della Gioia” (บันทึกแห่งความยินดี)
ในบันทึกของเขาไม่ได้เขียนถึงความสำเร็จของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยถ้อยคำที่แสดงความยินดีต่อผู้อื่น (ปัตตานุโมทนามัย)เช่น:
“วันนี้ข้าเห็นช่างปั้นดินเผาแบ่งปันน้ำดื่มให้คนพเนจร ข้ายินดีเหลือเกินที่หัวใจของเขางดงามยิ่งกว่าแจกันที่เขาปั้น”
“ขอร่วมอนุโมทนาในบุญของท่านหญิงผู้บริจาคผ้าไหมเพื่อทำเครื่องนุ่งห่มให้เด็กกำพร้า ความเมตตาของนางช่างเปล่งประกายกว่าอัญมณีบนคอ”
ลอเรนโซไม่ได้ทำความดีเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่เขารู้สึก “อิ่มเอม” และ “ยินดี” ประหนึ่งว่าเขาเป็นผู้กระทำเอง เขารู้สึกว่าโลกนี้ช่างโชคดีที่มีคนดีๆ อยู่รอบตัว
วันเวลาผ่านไป ลอเรนโซเสียชีวิตลง สมุดบันทึกส่วนตัวของเขาถูกทิ้งไว้ในซอกชั้นหนังสือ จนกระทั่งเมีผู้ใหญ่ระดับสูงคนหนึ่งมาพบเข้า เมื่อได้อ่านถ้อยคำที่ลอเรนโซบรรจงเขียนด้วยลายมืออันวิจิตรและเต็มไปด้วยพลังแห่งการชื่นชมความดีของผู้อื่น เขาก็ถึงกับหลั่งน้ำตา
ผู้ใหญ่ท่านนั้นสั่งให้คัดลอกบันทึกนี้และแจกจ่ายไปทั่วอิตาลี เรื่องราวความดีเล็กๆ ที่ลอเรนโซบันทึกไว้อย่างจริงใจ กลายเป็นตำนานของแผ่นดิน และเป็นกระจกสะท้อนให้ชาวเมืองเห็นว่า “การมองเห็นความดีของผู้อื่นและการร่วมยินดีนั้น เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การให้ทานด้วยทรัพย์”
ผู้คนเริ่มหยุดริษยากัน เปลี่ยนจากการ “จับผิด” มาเป็นการ “จับดี” และร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของเพื่อนบ้านตามแบบอย่างในบันทึกของอาลักษณ์ ชื่อของลอเรนโซจึงถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่ใช่ในฐานะวีรบุรุษสงคราม แต่ในฐานะ “ผู้รักษาแสงสว่างแห่งความดี” ผ่านการอนุโมทนาบุญนั่นเองครับ
เรียบเรียงจากเอกสารอิตาลี เรื่อง “บันทึกของอาลักษณ์” “Il Diario dell’Ammanuense” (The Scribe’s Diary) ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง