ความหวังทะเลไทย นักวิจัย มก. เพาะเนื้อเยื่อ ‘หญ้าคาทะเล’ สำเร็จ เพิ่มมิติความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหวังทะเลไทย นักวิจัย มก. เพาะเนื้อเยื่อ ‘หญ้าคาทะเล’ สำเร็จ เพิ่มมิติความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหวังทะเลไทย นักวิจัย มก. เพาะเนื้อเยื่อ ‘หญ้าคาทะเล’ สำเร็จ เพิ่มมิติความหลากหลายทางชีวภาพ

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักวิจัยคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของหญ้าชะเงาใบยาว หรือ หญ้าคาทะเล (Enhalus acoroides) ตลอดทั้งกระบวนการ เป็นที่แรกและที่เดียวในโลก รวมถึงพัฒนาวิธีการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเพื่อฟื้นฟูหญ้าทะเลได้สำเร็จ เป็นความหวังที่เปิดโอกาสใหม่ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์หญ้าทะเลของไทย

“หญ้าชะเงาใบยาว” หรือ “หญ้าคาทะเล” เป็นหญ้าทะเลชนิดที่มีขนาดใหญ่ กระจายตัวตามบริเวณชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน จึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ทั้งในมิติของความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

ตลอดช่วงเวลากว่า 15 ปี คณะประมงได้เล็งเห็นถึงการถูกคุกคามที่เกิดกับระบบนิเวศหญ้าทะเล จึงได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักวิจัยหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน พัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งกระจายต้นพันธุ์ในอนาคตและลดการใช้ต้นพันธุ์จากธรรมชาติ จนปัจจุบัน เราได้ศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อหญ้าชะเงาใยยาวได้เป็นผลสำเร็จตลอดกระบวนการเป็นที่แรกและที่เดียวในโลก ตั้งแต่การเลือกชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ การฟอกฆ่าเชื้อ การชักนำยอด การชักนำราก จนได้เป็นต้นอ่อนหญ้าชะเงาใบยาวขนาดเล็ก ที่พร้อมจะนำไปอนุบาลในโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเล ขั้นตอนและกระบวนการ รวมถึงสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ KU Media ได้ขอจดสิทธิบัตรแล้ว การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อพัฒนาส่วนต้นอ่อนปลอดเชื้อ ให้เป็นยอดจำนวนมาก และกระตุ้นให้ยอดเกิดเป็นราก จนพัฒนาเป็นต้นอ่อนในที่สุด

คณะประมง ได้พัฒนาวิธีการเลี้ยงและขยายพันธุ์ต้นอ่อนหญ้าทะเล ทั้งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและจากการเก็บจากธรรมชาติ โดยพัฒนาสูตรปุ๋ยและกระบวนการเลี้ยง ในระบบโรงเรือนหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน สถานีวิจัยประมงศรีราชา ซึ่งเป็นโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลแห่งแรกของประเทศไทย และในภายหลัง ได้ถูกถอดแบบไปสร้างที่เกาะหมาก จ.ตราด เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเลและปะการัง หมู่เกาะหมาก ภายใต้ความร่วมมือของคณะประมง บมจ.บางจาก องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีนักวิจัยของคณะประมงเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลโรงเรือนให้กับชุมชนเกาะหมากอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โรงเรือนทั้งสองแห่ง เป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบในการปลูกเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเลให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก

นอกจากการเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลภายในโรงเรือนแล้ว คณะประมงยังได้ขยายหญ้าทะเลหลายชนิดลงสู่บ่อเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเลที่สถานีวิจัยประมงคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ สถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งสำรองต้นพันธุ์หญ้าทะเลหลายชนิดสำหรับใช้ในการเป็นอาหารสำรองของพะยูนยามหญ้าทะเลขาดแคลน และเป็นแหล่งรวบรวมชนิดพันธุ์เพื่อการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลในอนาคต

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาวิธีการเพาะและอนุบาลหญ้าทะเลในหลายรูปแบบได้แล้ว เพื่อให้เกิดการพัฒนางานตลอดทางจนสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกในธรรมชาติได้ คณะประมงจึงคิดค้นวิธีการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกหญ้าทะเล จนผู้ประเมินสามารถจัดทำออกมาเป็นแผนที่แสดงความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อใช้ร่วมกับ Google Earth Application ทำให้ผู้ปลูกสามารถเดินเลือกพื้นที่ได้ด้วยตนเอง หากผู้ปลูกสามารถเลือกพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพิ่มโอกาสรอดของหญ้าทะเลที่นำลงปลูกในพื้นที่ เป็นการใช้ต้นพันธุ์อย่างคุ้มค่า และลดการทำลายต้นพันธุ์ในธรรมชาติ โดยวิธีการประเมินพื้นที่ที่พัฒนาขึ้นนี้ ได้ผ่านการประเมินความแม่นยำ และมีการถ่ายทอดให้กับนักวิชาการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อใช้ประโยชน์แล้ว

Leave a comment