
14 เม.ย. 2569 11:32 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จับตาสหรัฐฯ-อิหร่าน จ่อหารือรอบที่ 2 หวังปิดดีลยุติสงคราม
แหล่งข่าวเผย “สหรัฐฯ-อิหร่าน” เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาระดับสูงรอบใหม่ หวังบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม 6 สัปดาห์ ก่อนเส้นตายหยุดยิงในสัปดาห์หน้า หลังการถกนัดแรกที่ปากีสถานเกือบสำเร็จแต่ยังไร้ข้อสรุป ด้าน “ทรัมป์” เผยอิหร่านเป็นฝ่ายติดต่อขอกลับมาคุยเพื่อทำข้อตกลง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างแหล่งข่าวทางการทูตและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังพิจารณาเปิดการเจรจาแบบเผชิญหน้ากันเป็นรอบที่ 2 ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์ ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า
แหล่งข่าวระบุว่า ปากีสถานได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดอีกครั้ง ขณะที่มีการเสนอชื่อนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก โดยคาดว่าการหารืออาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 16 เม.ย. นี้ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “อีกฝ่าย (อิหร่าน) ติดต่อมา และพวกเขาต้องการบรรลุข้อตกลง”
การเจรจารอบแรกที่โรงแรมเซเรนา ในกรุงอิสลามาบัด เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 โดยมีบุคคลสำคัญอย่างนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิอิหร่าน เข้าร่วม
แหล่งข่าวเผยว่าบรรยากาศในการเจรจานัดแรกเป็นไปอย่างตึงเครียดและไม่เป็นมิตรในช่วงเริ่มต้น แต่เริ่มมีความหวังในช่วงท้าย โดยทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงไปได้แล้วถึง 80% ก่อนที่จะติดขัดในประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากรัฐบาลชุดใหญ่ ทำให้การเจรจาจบลงโดยไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจา ได้แก่โครงการนิวเคลียร์ ซึ่งสหรัฐฯ ยืนกรานว่าอิหร่านจะต้องไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งพลังงานโลกที่อิหร่านสั่งปิดอยู่ในขณะนี้ ขณะที่อิหร่านยังคงมีความระแวงในเจตนาของสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ มองว่าอิหร่านยังไม่เข้าใจเป้าหมายหลักของตนอย่างถ่องแท้
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคง “เปิดประตู” สู่การสนทนา โดยทำเนียบขาวระบุว่าตำแหน่งและจุดยืนของสหรัฐฯ ยังคงชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยืนยันว่ากระบวนการสื่อสารยังคงดำเนินต่อไปเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนในอนาคตอันใกล้.