
สส.เอกราช จี้นายกฯ สอบ มทภ.4 ปมคำพูด ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก
วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.
14 เมษายน 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สส .เอกราช จี้ นายกฯ อนุทิน พิสูจน์ตัวเองว่า พูดแล้วทำ “สอบแม่ทัพภาค4” กรณี คำพูดว่า ”ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก“
ท่านนายกฯ แถลงนโยบายต่อสภาฯ ว่า จะ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
กรณี “ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการรักษาหลักนิติรัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใแถนห้วงที่แม่ทัพภาค แถลงข่าวความคืบหน้าคดีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ
วาทะที่เป็นปัญหา พล.ท. นรธิป ได้กล่าวแบบปิดไมค์ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”
คำพูดนี้เป็นการสะท้อนวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพกฎหมาย แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จะยืนยันว่ากองทัพไม่เกี่ยวข้อง แต่ข้อเท็จจริงในคดีพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และมีการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในการก่อเหตุ ยิ่งภายใต้สโลแกน พูดแล้วทำแบบนายกฯ ว่ายิ่งดูน่ากังวลใจมาก แต่แน่นอนแค่คิด แค่พูด หรืออย่างไร ชายชาติทหารต้องรับผิดชอบต่อคำพูด
ผมเรียกร้องนายกฯ อนุทิน ในฐานะ ผอ.รมน.ตั้งคณะกรรมาการสอบสวน อีกขาหนึงเรียกร้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่ง กรมพระธรรมนูญ ตั้งเรื่องเข้ามาสอบสวน เพื่อหักล้างข้อกังขาที่ว่า กองทัพในปีกของ กอ.รมน. อาจใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง เพราะคำพูดดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และต้องการให้มีการทบทวนการทำหน้าที่ของแม่ทัพนรธิปโดยด่วน ทัศนคติเช่นนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบยืดเยื้อมานาน และขัดกับหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่กองทัพมักใช้อ้างอิง
ผลการสอบจะปลด จะลงวินัย อย่างไร แม่ทัพภาคน่ะ พูดแล้ว แน่นอน ทำไม่ทำไม่รู้ แต่ ประชาชนจับตาอยู่ว่าท่านนายกฯพูดแล้วทำ หรือไม่