
15 เม.ย. 2569 10:46 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ทรัมป์” จวก “จอร์เจีย เมโลนี” ฉะยับนายกฯ อิตาลีไร้ความกล้าหาญ-ทำอเมริกาผิดหวัง
ความสัมพันธ์ระหว่างสองพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ และอิตาลีสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ของอิตาลี โดยโจมตีนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ว่าเป็นคนที่ “ไร้ความกล้าหาญ” และทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องผิดหวัง ซึ่งถือเป็นการตำหนิพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดในยุโรปอย่างตรงไปตรงมา
ชนวนเหตุสำคัญมาจากกรณีที่นางเมโลนีเริ่มตีตัวออกห่างจากทรัมป์ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงการที่เธอออกมาวิจารณ์ทรัมป์อย่างเผ็ดร้อนกรณีที่เขาใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตี “สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14” โดยเธอกล่าวว่าการกระทำของทรัมป์เป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้”
ทรัมป์ตอบโต้ประเด็นนี้ว่า “ผมช็อกในตัวเธอมาก ผมเคยคิดว่าเธอมีความกล้า แต่ผมคิดผิด” พร้อมทั้งประณามอิตาลีที่ปฏิเสธจะส่งกำลังช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านปิดล้อม โดยระบุว่าอิตาลีจ่ายค่าพลังงานแพงที่สุดในโลกแต่กลับไม่ยอมสู้เพื่อปกป้องเส้นทางพลังงาน และรอคอยเพียงให้เขายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเท่านั้น
ทางด้านทำเนียบขาวและสำนักนายกรัฐมนตรีอิตาลีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักการเมืองอิตาลีจากหลายพรรคต่างออกมาปกป้องนางเมโลนี รวมถึงนายอันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ที่ระบุว่า “ความเป็นเอกภาพของตะวันตกต้องสร้างขึ้นบนความภักดี ความเคารพ และความจริงใจต่อกัน” พร้อมสนับสนุนจุดยืนของผู้นำอิตาลีในการปกป้องสมเด็จพระสันตะปาปา
การตำหนิของทรัมป์ในครั้งนี้ถือเป็นความโชคร้ายที่ซ้ำเติมสถานการณ์ของนางเมโลนี ซึ่งตลอดเดือนที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งการแพ้ประชามติปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการที่พันธมิตรคนสำคัญอย่างนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บัน แพ้การเลือกตั้งในฮังการี
นอกจากนี้ สงครามในอ่าวเปอร์เซียระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิตาลีอย่างรุนแรงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้นางเมโลนีพยายามรักษาระยะห่างจากความขัดแย้ง โดยล่าสุดเธอไม่อนุญาตให้เครื่องบินรบสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในเกาะซิซิลีเพื่อปฏิบัติการในอิหร่าน และเพิ่งสั่งระงับข้อตกลงความร่วมมือทางทหารกับอิสราเอลไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลันของทรัมป์ เนื่องจากนางเมโลนีเป็นผู้นำยุโรปเพียงคนเดียวที่ไปร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของเขาในปี 2025 และเพิ่งจะได้รับคำชมจากทรัมป์ว่าเป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง.
ที่มา Reuters