‘อนุทิน’เปลี่ยนแผนลงใต้ ไปบ้านพัก‘วันนอร์’ที่ยะลา แทนอำเภอบาเจาะ

‘อนุทิน’เปลี่ยนแผนลงใต้ ไปบ้านพัก‘วันนอร์’ที่ยะลา แทนอำเภอบาเจาะ

‘อนุทิน’เปลี่ยนแผนลงใต้ ไปบ้านพัก‘วันนอร์’ที่ยะลา แทนอำเภอบาเจาะ

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.10 น.

‘รองเลขาพรรคประชาชาติ’เผย‘อนุทิน’เปลี่ยนกำหนดการลงใต้ ไป บ้านพัก ’วันนอร์‘ที่จ.ยะลา แทน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คาดกังวลความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามคดีกราดยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในวันที่ 17 เม.ย. ว่า จากข้อมูลล่าสุดนั้น นายอนุทิน จะไม่เดินทางเข้าพื้นที่ที่เกิดเหตุ คือบ้านพักของนายกมลศักดิ์  ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส  แต่ยืนยันว่าจะไปบ้านพักของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่อ.เมือง จ.ยะลา และให้นายกมลศักดิ์เข้าไปพบ ทั้งนี้ เหตุที่นายกฯ เปลี่ยนสถานที่พบปะ ถือเป็นเรื่องเศร้าใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นคดีใหญ่ ลอบยิง สส. ซึ่งกลับมาจากการโหวตให้นายอนุทิน ได้เป็นนายกฯ  และสส.พรรคประชาชาติ ทั้ง 5 เสียงได้โหวตให้

“ประเด็นที่นายกฯ เปลี่ยนแผนกระทันหัน อาจเป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะเมื่อใดที่ผู้ใหญ่ลงพื้นที่ มีกำหนดการล่วงหน้า ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จะรายงานไปยังหน่วยเหนือว่ามีความไม่ปลอดภัยในตารางเวลาการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ และน้อยใจต่อชาวบ้านในพื้นที่ เพราะผมทราบว่าชาวบ้านรอดูว่านายกฯ จะมาดูที่เกิดเหตุ มาให้กำลังใจ หรือไม่ เมื่อเช้านี้นายกฯ ได้ตัดสินใจว่าไม่ได้เข้าไปพื้นที่ ส่งสัญญาณได้ว่า แม้แต่ผู้นำสูงสุดของความเป็นรัฐ ไม่มั่นใจพื้นที่ว่าจะปลอดภัยหรือไม่ หรือไม่มั่นใจว่าจะมีการก่อเหตุระหว่างลงพื้นที่ หรือไม่ เป็นสัญญาณด้านลบ” นายอับดุลเราะมัน กล่าว

นายอับดุลเราะมัน กล่าวต่อว่า โดยเบื้องต้นตั้งแต่แรกที่มีหมายลงพื้นที่ นายกฯ ตั้งใจมาเยี่ยมนายกมลศักดิ์  เนื่องจากเป็นคนที่โหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ และเป็นพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงนายวันมูหะมัดนอร์ เป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาชาติด้วย ส่วนตัวของตนที่อยู่ในพื้นที่มองว่ามีเหตุผลเดียวที่นายกฯ ไม่เข้าพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คือ ความปลอดภัยในพื้นที่ และความมั่นคงร้องขอ

การปรากฎหลักฐานว่า ทั้งคนลงมือ ยานพาหนะ ล้วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ปฏิกิริยาด้านลบที่ไม่เคยเจอเป็น 10 ปี เพราะคนที่เข้ามาปรับทีละนิด แก้ให้จบภายในวันเดียวไม่ได้ แต่มีความพยายามเป็น 30-40 ปี แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับไป 10 ปีที่ผ่านมา และมีคำให้สัมภาษณ์ของ แม่ทัพภาค 4 ซึ่งมีหน้าที่ที่รับมอบหมายโดยตรงมาจากนายกฯ ฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.  ซึ่งคำสัมภาษณ์ในฐานะแม่ทัพ ผมขอตำหนิตรงๆ เพราะเป็นคำพูดที่เป็นสัญญาณภาพลบ”รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ  กล่าวและว่า สามเสาหลัก เสาด้านสังคม คือ กลุ่มการเมือง พรรคการเมือง มองว่าทำไมต้องให้สัมภาษณ์แบบนี้ ส่วนเสาด้านการศึกษา คือ กลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ดูสัดส่วนของพี่น้อง 3 จังหวัดมี 80% ที่อยู่ในโรงเรียนสอนศาสนา ท่านพูดพาดพิงว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะ เสาของสายผู้นำศาสนา คือ ปอเนาะ ท่านบอกว่าเป็นศูนย์บ่มเพาะการสื่อสารแบบนี้อันตราย คือ ผลักไปเป็นคนมวลชนของฝั่งตรงข้าม

นายอับดุลเราะมัน กล่าวตอบคำถามที่ว่า คิดว่าการลอบยิงครั้งนี้เป็นเรื่องการเมืองหรือส่วนตัว ว่า ผสมผสานกัน คือ สมประโยชน์กัน  ตนยืนยันตามคำพูดของ ผบ.ฉก.นราธิวาส และแม่ทัพภาค4 และในมุมของนายกมลศักดิ์ หรือ พรรคประชาชาติ ไม่ต้องการให้คนไม่ผิดต้องมารับโทษ เราต้องการคนผิด แต่หลักฐานที่ปรากฎ คือ ใช้รถของ กอ.รมน. จริง และใช้คนที่เป็นอดีตทหารจริง และยืมจากทหารใน กอ.รมน. ซึ่งยังในราชการและไม่ยืมครั้งเดียว ตามคำให้การของคนที่จับตัวได้ อยืนยันว่ายืมมาแล้วหลายครั้ง และจะลงมือแล้วหลายครั้ง

“เมื่อลงมือไม่ได้ จึงนำรถไปคืน และยืมใหม่ใช้วิธีนี้ จะทำให้ชาวบ้านมั่นใจได้อย่างไร ทั้งนี้มีข้อมูลสำคัญที่ นายกมลศักดิ์จะมอบให้นายกฯ  คือ ปรากฎในคำพูดของ  3 คนที่อยู่บนรถในคืนวันที่ก่อเหตุ หลังจากที่ยิงแล้ว ได้โทรศัพท์หากบุคคลๆ คนหนึ่ง และได้คำพูดหนึ่งขึ้นมา แม้เขาไม่บอกว่าโทรศัพท์หาใคร แต่เชื่อว่ามีคนจ้างวานแน่นอน ดังนั้น จึงเป็นข้อมูลเชิงลึกที่จะแจ้งให้นายกฯ และจะได้ตามความคืบหน้าต่อไป” นายอับดุลเราะมัน กล่าว

Leave a comment