ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี

ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี

16 เม.ย. 2569 11:38 น.

ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ผู้นำของอิสราเอลและเลบานอนมีกำหนดการหารือร่วมกันในวันนี้ (16 เม.ย.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปีที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะพูดคุยกันโดยตรง โดยทรัมป์ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มี “พื้นที่หยุดพัก” ท่ามกลางวิกฤตสงครามที่ทวีความรุนแรง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านทรูธโซเชียลว่า “พยายามสร้างพื้นที่หยุดพักเล็กน้อยระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ผู้นำทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันมานานแล้ว ประมาณ 34 ปี การสนทนาจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เยี่ยมไปเลย!” ทรัมป์เขียนข้อความดังกล่าวโดยไม่ได้ระบุว่าจะมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง หรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานที่ว่า คณะรัฐมนตรีอิสราเอลได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันพุธเพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการประกาศหยุดยิงในเลบานอน หลังจากอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อสู้กับกลุ่มเฮซบอลลาห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านมานานกว่า 6 สัปดาห์

ด้านนางคาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงด้วยความมั่นใจว่า “เรามีความรู้สึกที่ดีต่อโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลง” พร้อมระบุว่าการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางนั้นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นหลักคือการหาข้อยุติในเลบานอน และข้อตกลงที่อาจนำไปสู่การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันโลก

ขณะเดียวกัน พลเอกอัสซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน ในฐานะตัวกลางการเจรจา ได้เดินทางถึงกรุงเตหะรานแล้ว เพื่อพยายาม “ลดช่องว่าง” ระหว่างคู่ขัดแย้ง หลังจากที่การเจรจาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้

แม้จะมีข่าวดีด้านการทูต แต่สถานการณ์ภาคสนามยังคงวิกฤต โดยมีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงในเมืองบินต์จเบลทางตอนใต้ของเลบานอน ระหว่างนักรบฮิซบอลเลาะห์และกองกำลังอิสราเอล ซึ่งมีการใช้ทั้งเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์โจมตีอย่างหนัก

นอกจากนี้ สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานว่า เครื่องบินเจ็ตของอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดโจมตีเมืองเทบนีน ส่งผลให้โรงพยาบาลในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไปเพื่อสร้าง “เขตกันชน”  หลังจากที่สงครามครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 2,000 ราย และประชาชนต้องพลัดถิ่นมากกว่า 1 ล้านคน

ความคาดหวังเรื่องข้อตกลงหยุดยิงส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโลก โดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีทของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าสงครามที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ อาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเริ่มทรงตัวจากความหวังในการคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณอ่าวเปอร์เซีย.

ที่มา Al Jazeera / Reuters

Leave a comment