
วันวิชิต ชี้รัฐบาลสอบผ่าน สงกรานต์ 69 คึกคักระดับโลก ลบข้อกังขาเศรษฐกิจ-น้ำมันขาด
วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.25 น.
16 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ว่า เป็นไปอย่างคึกคักเกินความคาดหมาย และสะท้อนภาพรวมเชิงบวกของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนได้อย่างชัดเจน
โดยระบุว่า ตลอดช่วงเทศกาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ได้หยุดพัก แต่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด ทั้งในลักษณะไม่เป็นทางการและทางการ อาทิ การร่วมกิจกรรมกับประชาชน การตรวจจุดท่องเที่ยว และการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน ซึ่งช่วยสะท้อนภาพรวมการใช้ชีวิตและการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวได้อย่างใกล้ชิด
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า บรรยากาศที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก สะท้อนว่าความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตราคาพลังงานไม่ได้ส่งผลให้การเดินทางหรือการท่องเที่ยวหยุดชะงักตามที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้
“ภาพรวมสงกรานต์ปีนี้ ถือเป็นการลบข้อกังขาที่ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวจนคนไม่เดินทาง หรือกังวลน้ำมันขาดแคลน จนคนไม่ออกต่างจังหวัด ถือเป็นข่าวที่ทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลแก้เกมอย่างหนัก กระทั่ง สงกรานต์ กลับมาคึกคัก และคึกคักกว่าที่หลายคนคิด ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนยังเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ก็ต้องให้เครดิตรัฐบาลด้วย” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว
นอกจากนี้ ยังมองว่า เทศกาลสงกรานต์ของไทยในปีนี้ได้ยกระดับสู่ “มหกรรมระดับโลก” อย่างชัดเจน โดยหลายพื้นที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด พระนครศรีอยุธยา อำเภอสะเดา จังหวัด สงขลา หรือจังหวัด พะเยา ที่มีการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับนานาชาติอย่าง BamBam ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะที่พื้นที่ยอดนิยมอย่าง ถนนข้าวสาร และ สีลม ยังคงเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองอย่างหนาแน่น
ผศ.ดร.วันวิชิต ยังระบุด้วยว่า การจัดกิจกรรมที่คึกคักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยมองว่า “สงกรานต์” เปรียบเสมือนแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก
ส่วนประเด็นราคาพลังงาน มองว่าเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ขณะที่ภายในประเทศ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบการกักตุนและการค้าผิดปกติ ซึ่งมีการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด แสดงความเชื่อมั่นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” จะสามารถออกมาได้อย่างทันท่วงที และช่วยสร้างความต่อเนื่องในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในระยะต่อไป