
อย่ามองข้ามไฟใต้! เทพไท กระทุ้ง อนุทิน ตั้งมือดีคุมงานความมั่นคง
วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.35 น.
16 เมษายน 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตั้งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ดีไหม?
มีกระแสข่าวออกมาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อไปติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีปัญหาเรื้อรังมาเป็นเวลายาวนาน มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ผู้คนในสังคมรู้สึกเป็นเรื่องปกติ
ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลและประชาชนส่วนใหญ่ต่างก็มุ่งเน้นให้ความสนใจในปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา มากกว่าปัญหาชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้ด้วยซ้ำไป เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงเกิดเหตุความไม่สงบหลายครั้ง ดูเหมือนรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้อยมาก จนล่าสุดเกิดเหตุการณ์ยิง ส.ส.พรรคประชาชาติ คือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จึงทำให้เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและความสนใจ จนนายอนุทินต้องเดินทางลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ควรให้การสนับสนุน และอยากจะเรียกร้องให้นายอนุทินให้ความสำคัญเป็นพิเศษเหมือนกับการให้ความสำคัญปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยากให้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในความถี่ที่ใกล้เคียงกัน เพราะปัญหาชายแดนทั้ง 2 ที่ 2 แห่งนี้ ต่างก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติทั้งสิ้น
ตอนนี้รัฐบาลของนายอนุทิน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง ถ้าดูการแบ่งงานความรับผิดชอบ จะเห็นได้ว่าปัญหาความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ อยู่ในความรับผิดชอบของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนนายสีหศักดิ์เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถทำได้ แต่ด้วยประสบการณ์และความรับผิดชอบที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ไม่เคยรับผิดชอบด้านความมั่นคงเลย เพราะเป็นแค่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น
ดังนั้น รัฐบาลอนุทิน 2 ควรจะมีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาเป็นการเฉพาะ และควรให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงเป็นกรณีพิเศษ แต่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีรัฐบาลอนุทิน 2 ยังไม่มีฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลที่ชัดเจน ถ้าหากนายอนุทินจะรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง ก็ต้องประกาศให้ชัดว่า นายอนุทินคือหัวหน้าด้านความมั่นคง แต่ถ้าหากจะรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี และมีหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาอีกตำแหน่งหนึ่ง ก็เห็นว่านายอนุทินสามารถจะแต่งตั้งบุคคลที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงเพิ่มเติมขึ้นมาได้อีก เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่ง
เพื่อไม่ให้การสั่งการด้านความมั่นคง และการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงล่าช้า อ่อนแอหรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ นายอนุทินควรจะสรรหาบุคคลที่เหมาะสม และแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาอีกคนหนึ่ง จะเป็นการดีที่สุด