เรื่องนี้มีประวัติ จากวังไม้ (วังริมถนนหลวง) ถึงวัง (ถนน) วิทยุ

เรื่องนี้มีประวัติ  จากวังไม้ (วังริมถนนหลวง) ถึงวัง (ถนน) วิทยุ

เรื่องนี้มีประวัติ จากวังไม้ (วังริมถนนหลวง) ถึงวัง (ถนน) วิทยุ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.30 น.

สัปดาห์ที่แล้วได้เขียนถึงเรื่องราวแบบภาพรวมของวังวิทยุ ของเสด็จในกรมชัยนาทฯ หรือพลตรี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร โดยได้กล่าวถึงวังไม้ ของเสด็จในกรมชัยนาทฯ ไว้พอสังเขป

หม่อมเจ้าปิยะรังสิต และหม่อมเจ้าวิภาวดี ทรงเป็นคู่เสกสมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ณ พระที่นั่งบรมพิมาน / ภาพล่าง: หม่อมเจ้าปิยะรังสิต หม่อมเจ้าวิภาวดี เสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ หม่อมเจ้าสกลวรรณากร วรวรรณ พระญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว

วันนี้จะมาเล่าถึงวังไม้ โดยได้ความกรุณาจาก หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต ธิดาของ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต รวมถึงการได้ข้อมูลจากหนังสือ เกิดวังไม้ ที่ทรงเขียนโดย หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต

หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต

หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต กับพระบิดา (เสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ) พระมารดา (หม่อมเอลิซาเบธ รังสิต ณ อยุธยา)  และหม่อมน้อง (หม่อมเจ้าจารุลักษณ์กัลยาณี รังสิต)

ชีวิตในวัยเยาว์ของ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต ทรงเกิดที่วังไม้ หรือวังริมถนนหลวง ด้วยความที่วังไม้ตั้งอยู่ใกล้กับวัดเทพศิรินทราวาสฯ เมื่อ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต ทรงมีชันษาครบกำหนดเข้าศึกษา จึงทรงเข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ แต่ทรงศึกษาได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็ต้องทรงลาออกจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ เพราะต้องตามเสด็จพระบิดา (พลตรี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร) ที่ต้องทรงตามเสด็จสมเด็จพระราชปิตุฉา เจ้าฟ้าวไลอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ไปทวีปยุโรป เพื่อทรงรักษาพระวรกาย ในช่วงต้นปี 2465 แต่หลังจากนั้นสองปี หม่อมเจ้าปิยะรังสิตทรงกลับมาศึกษาต่อในชั้นมัธยม 3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ ต่อมาปี 2468 เสด็จในกรมชัยนาทฯ ทรงย้ายจากวังไม้ไปประทับที่วังถนนวิทยุ หรือวังวิทยุ ซึ่งวังใหม่นี้ เสด็จในกรมชัยนาทฯ ทรงเลือกซื้อที่ดินด้วยพระองค์เอง แล้วทรงให้นายชาร์ลส์ เบเกอร์แลง สถาปนิกชาวสวิส-เยอรมัน ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต

สัปดาห์ก่อนได้เขียนถึงวังวิทยุไว้มากพอสมควรแล้ว สัปดาห์นี้จึงขอเล่าถึงเรื่องวังไม้ แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่วังไม้ถูกรื้อออกไปจนหมดสิ้นแล้ว จึงไม่มีวังจริง ๆ ให้เห็นอีกต่อไป แต่ก็ยังดีที่มีรูปภาพเก่าจากหนังสือ “เกิดวังไม้” ให้ใช้ประกอบเรื่องราวได้

ในคำนำหนังสือเกิดวังไม้ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต ทรงเขียนไว้ดังนี้ ….”วังไม้” อันเป็นประทับของเจ้าของวัง คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เมื่อสมัยยังทรงเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์  จนกระทั่งทรงเลื่อนพระยศขึ้นเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ในรัชกาลที่ 6……

วังไม้ และผังวังไม้

และในคำนำอีกตอนหนึ่งทรงเขียนไว้ว่า …กล่าวถึง “วังกรมขุนชัยนาทนเรนทร” ว่า “ได้พระราชทานที่สร้างวัง ที่ริมถนนหลวงฟากใต้ ตอนตรงกันวัดเทพศิรินทราวาส ส่วนตำหนักนั้น เมื่อเสด็จกลับจากศึกษาในประเทศยุโรป ในรัชกาลที่ 6 ทรงสร้างพระราชทานเป็นตำหนักไม้ชั่วคราว ยังไม่ได้สร้างตำหนักเครื่องถาวร”

“เรื่องชื่อนั้น หากพ้องกับชื่อเรื่องอื่นบ้างก็คือเรื่อง “เกิดวังปารุสก์” ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ อย่างไรก็ตาม เรื่องเกิดวังปารุสก์ และเรื่องนี้มีอีกสิ่งเดียวที่พ้องกันคือการที่ผู้เขียนทั้งสองเกิดใน “วัง” หรือจะนับการที่ผู้เขียนทั้งสองเผอิญมีมารตาเชื้อชาติฝรั่งเช่นเดียวกันก็ได้ นอกจากนั้นแล้วทุก ๆ อย่างผิดกันอย่างกับฟ้าและดิน เพราะวังหนึ่งเป็นวังเจ้าฟ้าชั้นสูงสุด อีกวังหนึ่งเป็นวังพระองค์เจ้าราชโอรส ซึ่งอยู่สุดท้ายปลายแถว จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องแตกต่างกันมาก”

วังไม้ และผังวังไม้

“ในโอกาสนี้ จึงใคร่จะกล่าวเสียเลยว่า การที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเขียนไว้ในตำนานวังเก่าว่า “…..ส่วนตำหนักนั้น เมื่อเสด็จกลับจากศึกษาในประเทศยุโรป ในรัชกาลที่ 6 ทรงสร้างพระราชทานเป็นตำหนักไม้ชั่วคราว ยังไม่ได้สร้างตำหนักเครื่องถาวร” นั้น เห็นจะเป็นการที่ทรงเข้าพระทัยผิด เพราะคงทรงเห็นว่า “วัง” ไม่ควรเป็นเรือนไม้ ควรเป็นตึก จึงเข้าพระทัยว่าคงจะเป็น “ตำหนักไม้ชั่วคราว” เรื่องนี้ถ้าพิจารณาแผนผังของวังแล้ว จะเห็นได้ว่าตำหนักไม้ที่สร้าวงพระราชทานนั้น นอกจากจะมีขนาดกว้างขวางใหญ่โตแล้ว ยังตั้งอยู่ในที่ ๆ ต้องเป็นตำแหน่งของตำหนักถาวรทีเดียว ไม่ใช่แอบไว้ข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อรอการสร้างตำหนักถาวร นอกจากนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่เคยได้ยินเสด็จพ่อรับสั่งแม้แต่ครั้งเดียวว่าเป็นตำหนักชั่วคราว ตรงกันข้ามได้ทรงดัดแปลงแก้ไขบางส่วนของตำหนักให้เป็นที่น่าอยู่ขึ้น ตามลักษณะของบ้านเรือนสมัยที่ได้รับอิทธิพลจกประเทศตะวันตกแล้ว แต่จะทรงแก้ไขอย่างไร ๆ ก็ยังเป็นตำหนักแบบเรือนไม้สองชั้นอยู่นั่นเอง จึงในที่สุดแล้วได้ทรงสร้างวังใหม่แบบฝรั่งเสียเลยที่ถนนวิทยุ วังใหม่นี้ทรงย้ายมาประทับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2468 ประทับจนถึงวันสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2494″

วังไม้ และผังวังไม้

วังไม้ใช้เงินก่อสร้างมูลค่ารวม 55,300 บาท 49 สตางค์ โดยรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิศุกรรมฯ สร้าง เป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ของแต่ละชั้นประมาณ 460 ตารางเมตร สองชั้นรวมมีพื้นที่ 920 ตารางเมตร ความสูงจากพิ้นถึงเพดานประมาณ 4 เมตร

ภาพบน : หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต

ภาพล่าง : สมาชิกครอบครัวรังสิต กับเพื่อนสนิท เจ้าสายเมือง เม็งราย ณ เชียงตุง (ขวาสุดในภาพ)

หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต ทรงเขียนไว้ว่าเมื่อการก่อสร้างวังไม้แล้วเสร็จใหม่ ๆ ต้นไม้ต่าง ๆ ยังมีอยู่ ดูรูปเหล่านี้แล้วเห็นว่ากลางเมืองบางกอก เมื่อ พ.ศ. 2456 นั้นยังมีย่านคล้าย ๆ ป่า ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะขณะนั้นพลเมืองกรุงเทพฯ มีอยู่สองหรือสามแสนคนเท่านั้น แต่สัตว์ต่าง ๆ เช่น งู ตุ๊กแก นาค ตะกวด ฯลฯ สัตว์ต่าง ๆ ยังชุกชุม ทั้งในน้ำยังอุดมสมบูรณ์ เสียงอีกาซึ่งในขณะนั้นรำคาญกันนัก แต่มาบัดนี้รู้สึกคิดถึงเสียจริง ๆ แม้แต่จิ้งจก หรือยุง ซึ่งเป็นเพื่อนคู่บ้านของคนไทย ก็หายไปเกือบหมดแล้ว สิ่งที่คนไทยเราอ้าแขนรับเข้ามาอยู่แทนคือคนที่หอบเงินเข้ามาจากฮ่องกง ไต้หวัน และที่ต่าง ๆ ซึ่งเขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร เลยเข้ามาเมืองไทย ทำให้ไทยพลอยรกไปหมดด้วยป่าคอนกรีต

ครอบครัวรังสิต เมืองเบอร์ลิน พ.ศ. 2471

เสด็จในกรมพระยาชัยนาทและหม่อมเอลิซาเบธ เมื่อครั้งทรงพาหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต และหม่อมเจ้าสนิธประยูรศักดิ์ ไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ พ.ศ. 2469

แม้วันนี้จะไม่มีวังไม้ของเสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ อยู่อีกแล้ว แต่ความทรงจำดี ๆ ของคนที่เคยอยู่อาศัยในวังไม้ยังคงเด่นชัดไม่ลบเลือน แม้วังไม้จะไม่ปรากฏอยู่อีกต่อไป แต่เมื่อได้อ่านเรื่องราวของวังไม้ ก็ทำให้เกิดจินตนาการขึ้นมาโดยพลัน วังไม้ซึ่งเป็นวังแรกของเสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ ยังคงเจิดจรัสอยู่ในความทรงจำและในจินตนาการ แต่วังวิทยุของเสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ ยังคงดำรงอยู่ และยังคงบอกเล่าเรื่องราวของอดีตที่สามารถเชื่อมโยงกับปัจจุบันได้อย่างชัดเจน พร้อมกับยังคงดำรงอยู่เพื่อให้คนที่สนใจใคร่รู้เรื่องราวของวังวิทยุ ได้เข้าไปศึกษาความเป็นมาของโบราณสถานอายุกว่า 100 ปี แต่ยังคงมีลมหายใจนิรันดร์

วันหน้าผู้เขียนจะขออนุญาต หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต นำผู้อ่านแนวหน้าไปเยี่ยมชมวังวิทยุ และจะกราบขออนุญาตให้คุณหญิงปรียนันทนาช่วยกรุณาเล่าเรื่องราว และเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของวังวิทยุและพระประวัติของเสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ ให้คุณ ๆ ได้รับฟังด้วยกัน

ชีวิตวัยเยาว์ ณ วังวิทยุ

หมายเหตุ

วังไม้เสียหายทั้งวังเพราะเหตุอัคคีภัย เมื่อ 16 สิงหาคม 2482 แต่ก่อนที่วังไม้จะสูญสิ้นนั้น วังแห่งนี้ได้ถูกใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์หลายสถาน อาทิ สถานที่พยาบาลชั่วคราวในยามกรุงเทพฯ เกิดโรคอหิวาต์ระบาดหนัก 2469 และในปี 2473 วังไม้ได้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนสายปัญญา โดยใช้เป็นที่เรียนของนักเรียนชั้นประถม ส่วนวังเดิมของพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ถูกใช้เป็นที่เรียนของนักเรียนชั้นมัธยม 6-8

ภาคผนวก

พระกรณียกิจของเสด็จในกรมพระยาชัยนาทฯ เมื่อทรงรับราชการนั้นเกิดขึ้นเมื่อประทับ ณ วังไม้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัยคนแรกของสยามประเทศ เมื่อวันที่ 4 เมษายนพ.ศ. 2460  จึงทรงเป็นพระองค์แรกที่วางหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม ซึ่งก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วังวิทยุ ช่วง พ.ศ. 2468 และสมาชิกครอบครัวรังสิตกับญาติและเพื่อนสนิท

ครั้นต่อมา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนพ.ศ. 2461 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสาธารณสุขคนแรก (ต่อมายกฐานะขึ้นเป็นกระทรวงสาธารณสุข) ทั้งนี้เสด็จในกรมพระยาชัยนาท ทรงเป็นผู้กราบทูลเชิญ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร์) ให้ทรงสนพระทัยในการแพทย์และการสาธารณสุขของสยามประเทศ

ภาพประกอบจากหนังสือ “เกิดวังไม้”  โดย หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เนื่องในโอกาสชันษา 100 ปี

เรื่อง…เฉลิมชัย ยอดมาลัย

ลฎาภา ทิวะสิงห์

ปาริชาติ ชำนิบรรณการ

ภาพ ชัยสิทธิ์ รอดทอง

Leave a comment