โลกเดือดสงครามระอุ กูรูตลาดดิจิทัล ชี้ เศรษฐกิจพอเพียง คือยุทธศาสตร์ทางรอดหนึ่งเดียวของไทย

โลกเดือดสงครามระอุ กูรูตลาดดิจิทัล ชี้ เศรษฐกิจพอเพียง คือยุทธศาสตร์ทางรอดหนึ่งเดียวของไทย

โลกเดือดสงครามระอุ กูรูตลาดดิจิทัล ชี้ เศรษฐกิจพอเพียง คือยุทธศาสตร์ทางรอดหนึ่งเดียวของไทย

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.56 น.

วันนี้ 18 เมษายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลและนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์ถึงทางรอดของไทยและโลกผ่านปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่าง USA – Iran – Israel ที่กำลังระอุ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ทำไม เศรษฐกิจพอเพียง คือยุทธศาสตร์ที่โลก (และเรา) ต้องหันกลับมามองอย่างจริงจัง

ท่ามกลางเสียงระเบิดในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดระหว่าง USA – Iran – Israel ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ ผมมองว่านี่คือ สัญญาณเตือนภัย ครั้งสุดท้ายที่บอกว่า อธิปไตยในการพึ่งพาตนเอง คือสิ่งเดียวที่จะทำให้เราอยู่รอดในโลกที่ผันผวนนี้

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

เมื่อ Harvard และ Oxford บรรจุ พอเพียง ในตำราเรียน หลายคนอาจจะยังติดภาพว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องเฉพาะในประเทศไทย หรือเป็นเรื่องของการทำเกษตรเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว Sufficiency Economy Philosophy (SEP) คือปรัชญาการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

มหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Harvard Business School และ University of Oxford ได้นำแนวคิดนี้ไปศึกษาวิจัยและบรรจุไว้ในหลักสูตรการบริหารจัดการความยั่งยืน (Sustainability) แม้แต่ UNDP ยังยกย่องว่านี่คือโมเดลในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะหัวใจของมันคือ Resilience หรือความสามารถในการล้มแล้วลุก การตั้งรับกับวิกฤตที่คาดไม่ถึง และมองว่าเป็นโมเดลที่โลกยุคใหม่ต้องศึกษา

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

อธิปไตยยุคใหม่ = อธิปไตยในการอยู่รอด (Survival Sovereignty) ในวันที่เส้นทางขนส่งน้ำมันถูกปิด หรือระบบการเงินโลกถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ ประเทศที่ พึ่งพาคนอื่น 100% คือประเทศที่เปราะบางที่สุด การมีอธิปไตยในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การรักษาพรมแดน แตคือการที่ครอบครัวและชุมชนของเรา ยังอยู่รอดได้ แม้โลกภายนอกจะหยุดชะงัก

พอเพียง ในวิถีคนเมือง: สร้าง Micro-Sovereignty ในบ้านคุณ เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่แค่การปลูกข้าว แต่คือการสร้าง Self-Efficiency หรือประสิทธิภาพในการพึ่งพาตนเองตามกำลังและพื้นที่ที่เรามี:

1. Energy Sovereignty (อธิปไตยทางพลังงาน): การติดตั้ง Solar Roof ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษ์โลกหรือประหยัดค่าไฟ แตคือการมี แหล่งพลังงานสำรอง ของตัวเองในยามที่วิกฤตน้ำมันโลกพุ่งสูง

2. Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร):

สวนผักคนเมือง: พื้นที่หลังบ้านหรือระเบียงคอนโดสามารถเปลี่ยนเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดสารพิษและลดค่าครองชีพได้จริง

Micro-Farm: สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ การเลี้ยงไก่ไข่เพียงไม่กี่ตัวเพื่อเก็บไข่กินเองในครอบครัว คือการลดการพึ่งพา Supply Chain ของระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในยามที่ของขาดตลาด

3. Financial Immunity (ภูมิคุ้มกันทางการเงิน): การลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และการมีเงินสำรองที่เข้าถึงได้ง่าย คือเกราะป้องกันตัวจากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากสงคราม

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

บทเรียนจากต่างประเทศ: ใครบ้างที่ใช้ ความพอเพียง เป็นอาวุธรอด? เราไม่ได้สู้เรื่องนี้อยู่คนเดียว มีหลายประเทศที่ใช้หลักการที่คล้ายคลึงกันในการสร้างชาติ:

ภูฏาน ใช้แนวคิด Gross National Happiness (GNH) ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ SEP มาก โดยเน้นความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้พวกเขาสามารถรักษาวัฒนธรรมและทรัพยากรไว้ได้ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์

คิวบา ในช่วงวิกฤต Special Period ที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนัก คิวบากลายเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Urban Agriculture (เกษตรกรรมคนเมือง) ทุกคนปลูกผักกินเองในเมืองจนสามารถผ่านพ้นวิกฤตความอดอยากมาได้
[????????] เยอรมนี (Germany): มีโมเดล Schrebergarten หรือสวนชุมชนที่รัฐจัดสรรให้คนเมืองปลูกผักผลไม้ ซึ่งหยั่งรากลึกมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน

มุมมองทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

​สิ่งที่ผมวิเคราะห์มาทั้งหมดข้างต้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันคือเรื่องที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) ทรงพยายามพร่ำสอนและวางรากฐานให้กับคนไทยมาตลอดหลายสิบปี

​ในวันที่โลกสงบสุข หลายคนอาจมองว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งหรือเป็นเรื่องของเกษตรกร แต่ในวันที่โลกเผชิญกับวิกฤตสงคราม พลังงาน และอาหาร อย่างในปัจจุบัน เราถึงได้ประจักษ์ชัดว่า พระองค์ทรงมองการณ์ไกลไปกว่าพวกเราอย่างมหาศาล

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

​”การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า ค่อยๆ ทำไป ถ้าทำได้เพียงพอและเลี้ยงตัวเองได้ ประโยชน์นั้นจะยั่งยืน” พระราชดำรัส เมื่อปี 2540 ​คำสอนของพระองค์ไม่ใช่แค่การประหยัด แต่คือ “ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ” ที่เริ่มจากระดับครัวเรือน เป็นสายตาที่มองทะลุผ่านกาลเวลามาเพื่อปกป้องพวกเราในวันที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ

​ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้กราบขอบพระคุณในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมอบ “เข็มทิศการอยู่รอด” นี้ไว้ให้คนไทย หากเรานำมาปรับใช้อย่างจริงจัง ไม่ว่าพายุระดับโลกจะโหมกระหน่ำเพียงใด ประเทศไทยและคนไทยจะยังคงมี “ที่ยืน” และ “อธิปไตย” ในการดูแลตัวเองได้อย่างเข้มแข็งตลอดไป

​ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม 17 เมษายน 2569″

หลังจากโพสต์ของ ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ประสบการณ์การนำหลักพอเพียงไปใช้จริง เช่น

“ขอเสริม ความเข้าใจของตนเอง คือการพออยู่พอกิน ช่วยกันในชุมชน พอเพียงยังต้องกินต้องใช้ แต่ใช้ของในชุมชน ช่วยเหลือกัน ใช้ตามความจำเป็น กินให้หมด กินให้พอดี ไม่เหลือ ตัวเองไม่ใช่แนวปลูกผัก แต่เป็นแนว ซื้อและอุดหนุนชุมชน ตลาดนัดแถวบ้าน พ่อค้าแม่ขาย อุดหนุนร้านค้าในชุมชุน กินให้พอดี ใช้ให้พอดี ประมาณตน”

“และขอร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร ๙ ทรงมอบ “เข็มทิศการอยู่รอด” นี้ไว้ให้คนไทย หากเรานำมาปรับใช้อย่างจริงจัง ไม่ว่าพายุระดับโลกจะโหมกระหน่ำเพียงใด ประเทศไทยและคนไทยจะยังคงมี “ที่ยืน” และ “อธิปไตย” ในการดูแลตัวเองได้อย่างเข้มแข็งตลอดไป”

“ที่พม่าเอง เวลาลงไปทำงานในถิ่นทุรกันดารสุดๆ ก็นำหลักปรัชญาพอเพียง โคกหนองนา โครงการแกล้งดิน ฝายแม้วไปปรับใช้ค่ะ เราซื้อหนังสือของพระองค์ท่านที่ถ่ายทอดสิ่งที่พระองค์ทรงงานมาเป็นคู่มือในการทำงานภาคการเกษตร พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงเป็นมหาปราชญ์ด้านการเกษตรครบทุกมิติ จากใจคนหนึ่งที่นำทุกทฤษฎีไปใช้ในงานพื้นที่ค่ะ”

“พระองค์ เปรียบเสมือน ลายแทงการเอาชีวิตรอดปลอดภัยบนโลกในนี้ ใครเดินตาม และทำตาม คือ ปลอดภัย”

“จริงที่สุดค่ะ พอเพียงคือการเอาตัวรอดได้ในยามคับขัน”

“ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างหาที่สุดมิได้ ทรงมีพระอัจฉริยภาพอันกว้างไกล ได้ทรงให้ทางรอดให้แก่ปวงชนชาวไทย และชาวโลก ไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถนำไปปรับใช้กับวิถีชีวิตของตนเองอย่างไร”

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

Leave a comment