
หมอพรทิพย์ ชี้ปัญหาใต้คือ Organized Crime แฉผลประโยชน์สีเทา ทำขบวนการไม่จบ ท่อน้ำเลี้ยงอื้อ
วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.25 น.
คุณหญิงพรทิพย์ หนุนแม่ทัพภาคที่ 4 พูดความจริงเรื่องสถานการณ์ใต้ แฉเป็นขบวนการอาชญากรรมจัดตั้ง (Organized Crime) ที่โยงใยทั้งงบรัฐ-ธุรกิจสีเทา-นักการเมือง ชี้ระบบราชการไทย “ผู้น้อยไม่กล้าพูดความจริง” ทำปัญหาคาราคาซังมานาน
แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผ่านรายการ “พี่ก๊อง Morning” ดำเนินรายการโดย คุณปรเมษฐ์ ภู่โต ถึงกรณีถ้อยแถลงของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยยืนยันว่าสิ่งที่แม่ทัพพูดคือความจริงที่สังคมอาจไม่สบายใจจะรับฟัง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่พบจากการทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
คุณหญิงพรทิพย์ ระบุว่า ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นลักษณะอาชญากรรมที่มีการจัดตั้ง เชื่อมโยงข้ามพื้นที่ตั้งแต่การเตรียมอาวุธ วางแผน จนถึงการลงมือก่อเหตุ โดยใช้ช่องว่างของระบบราชการที่ไม่บูรณาการกัน ทำให้การดำเนินคดีมักหลุดหรือมีโทษเบา ทั้งที่ผู้ก่อเหตุมีประวัติโชกโชน
ปมปอเนาะและท่อน้ำเลี้ยง
ในส่วนของประเด็นสถานศึกษาหรือปอเนาะ คุณหญิงพรทิพย์ชี้แจงว่า ไม่ได้หมายถึงทั้งหมด แต่จากการตรวจสอบพบว่าบางแห่งถูกใช้เป็นสถานที่บ่มเพาะแนวร่วมรุ่นใหม่ (RKK) และพบหลักฐานการประกอบระเบิดในบ้านพักของครู ของผู้บริหาร รวมถึงการพบใบเสร็จเบิกงบประมาณรัฐที่เป็นเท็จเพื่อนำเงินไปสนับสนุนกลุ่มขบวนการ โดยมีหน่วยงานตรวจสอบบางแห่งปฏิเสธการเข้าถึงข้อมูลเนื่องจากอ้างว่าไม่ใช่หน้าที่

เจ้าหน้าที่รัฐ-นักการเมือง พัวพันผลประโยชน์
ประเด็นที่น่าสนใจคือ “ท่อน้ำเลี้ยง” ไม่ได้มาจากอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของธุรกิจสีเทาและการรับส่วยของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณหญิงพรทิพย์ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากที่เลือกจะ “นิ่ง” หรือเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะได้รับผลประโยชน์ หรือกลัวโดนสั่งย้ายหากพูดความจริง นอกจากนี้ยังพบบุคคลท้องถิ่นที่ใช้งบประมาณแฝงมากับโครงการประเพณีต่างๆ เพื่อนำไปใช้ฝึกแนวร่วม
” เราจะเห็นได้ว่าท่อน้ำเลี้ยงพวกนี้มันมาเยอะมาก เราไม่ได้หมายถึงปอเนาะอย่างเดียว แต่มีอีกหลายๆส่วน เช่น นักการเมืองทำโครงการ ยกตัวอย่าง มีเคสตำรวจขับรถมาแล้วโดนระเบิด แปลกมากตำรวจไม่ตาย แต่กลายเป็นว่าประชาชนที่ขี่มอไซต์อยู่ตาย แต่ว่ามีคนรอด คนนั้นคือมือวางระเบิด เมื่อดูภาพจากโทรศัพท์มือวางระเบิด เจอภาพที่เค้าบันทึกไว้ แล้วเราตามรอยของหลักฐานในโทรศัพท์ว่าบันทึกตั้งแต่เมื่อไหร่ สรุป เค้าได้อยู่ในกระบวนการของบประมาณท้องถิ่น เพื่อมาจัดประเพณีสงกรานต์ แต่ภาพถ่ายเหตุการณ์บันทึกมันคือการฝึก RKK ให้กับตาดีกา จนเจอสถานที่เรียบร้อย นี่คือตัวอย่าง ” คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว
คุณหญิงพรทิพย์ย้ำว่า สถานการณ์ใต้คือการที่ “ผู้ใหญ่รังแกเด็ก” โดยนำไอเดียผิดๆ ไปยัดเยียดให้คนรุ่นใหม่ก่อเหตุเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพล พร้อมเสนอ 3 แนวทางแก้ไขคือ ทำกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและบูรณาการ , ป้องกันการสร้างแนวร่วมรุ่นใหม่ในสถานศึกษา , ตัดท่อน้ำเลี้ยงทั้งจากงบรัฐและธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า ถ้าฟังแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนอย่างเดียว แต่ปะปนเรื่องผลประโยชน์สีเทาในพื้นที่ ซึ่งมันเป็นช่องว่างตรงนี้ ถูกต้องไหมครับ ?
แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ กล่าวว่า ให้มองแบบแฟร์ๆ ก็เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก เอาตัวเองไปยัดเยียด ซึ่งก็เหมือนการเกิดปัญหาทางการเมืองในประเทศ เอาไอเดียพวกนี้ไปยัดเยียดใส่หัว ให้เค้าเกิดความเชื่อในแบบผู้ใหญ่ต้องการ แล้วก็มาให้เค้าก่อเหตุ ไม่ต่างกัน คืออย่ามองว่าเป็นความขัดแย้งมุสลิมกับพุทธ ไม่ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้น สังคมต้องตั้งหลักให้ดี มันคือผู้แสวงผลประโยชน์ ในคนที่อ่อนแอกว่าทั้งนั้น แล้วผู้ใหญ่ที่เอาคนพวกนี้ไปเป็นสมาชิกการเมือง เพื่อให้ได้การเลือกตั้งก็อีกส่วนหนึ่ง มันก็เป็นโซ่กันไปหมด
” ประเด็นเรื่องปอเนาะ จริงๆแล้วท่านแม่ทัพพูดถูกหมด เราย้อนกลับมาดูพบว่ามันเป็น Organized Crime มันเชื่อมกันไปหมด แล้วการที่เชื่อมกันไปหมด มันก่อเหตุตรงนี้ มันไปวิ่งตรงโน้น ข้ามพื้นที่แล้วเข้ากรุงเทพ แต่เราไม่ได้แก้ตามหลัก ซึ่งหลักการในการแก้เคสพวกนี้
1.คือทำกระบวนการให้มีประสิทธิภาพ 2. ต้องป้องกันการสร้างแนวร่วมรุ่นใหม่ ก็คือเด็กๆ 3.ตัดท่อน้ำเลี้ยง ” คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว