
อนุทิน จ่อตั้ง ทรงศักดิ์ คุมป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ
วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.08 น.
“อนุทิน”จ่อตั้ง”ทรงศักดิ์” คุมป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ ลั่น!ไม่ซื้อสินค้าจากการเผาของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ต้องถามนายทุน บอกรัฐบาลหนุนเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด
20 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามการแก้ปัญหาไฟป่า และฝุ่น PM2.5 รวมไปถึงการป้องกันภัยแล้ง และภัยพิบัติน้ำท่วม ในที่ประชุม ได้มอบหมายภารกิจให้แต่ละหน่วยงานไปดำเนินการ โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องเป็น Single Command คือเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง และบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขาธิการ
เมื่อถามว่า สิ้นเดือนนี้จะเอาอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราดำเนินการมาตลอดบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่า ประมาณ 1,200 คดีแล้ว และในคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกป่า เผาป่า ส่วนใหญ่เมื่อไปถึงชั้นศาลไม่รอลงอาญา วันนี้พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อุทยานของป่าในพื้นที่เขตจังหวัดภาคเหนือ หากเข้าไปหาของป่าเขาต้องห้ามเผา และคงมีการประกาศห้ามเข้าพื้นที่ในช่วงนี้โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเผา เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ตลอดจนถึงผลผลิตทางการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน เราจะไม่ซื้อหากผลิตมาด้วยวิธีการเผา
เมื่อถามว่า การบอกว่าจะไม่ซื้อสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ถามนายทุนแล้วหรือยัง นายอนุทิน ย้อนถามว่า ทำไมต้องคุย จะคุยทำไม เรามีกฎหมายมีเทคโนโลยีที่จะชี้จุดว่าตรงไหนมาจากการเผาป่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อนุมัติให้นำสินค้าเข้ามาขายในไทยได้ไม่ยอมแน่นอนไม่ต้องคุยกับใคร
ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาดนั้น ถือเป็นกฎหมายที่ต่อเนื่องจากสภาชุดที่ผ่านมา เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ พรรคการเมืองทุกพรรคสนับสนุน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะส่งไปยัง สว.ซึ่งพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลต่างพร้อมจะสนับสนุนให้ผ่านตามขั้นตอน และเมื่อถามว่า นายอนุทิน เองก็สนับสนุนด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิ นถามกลับว่า “ไม่เห็นด้วยได้หรอ”