
22 เม.ย. 2569 12:09 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เอลซัลวาดอร์เปิดพิจารณาคดีสมาชิกแก๊ง MS-13 รวดเดียวเกือบ 500 คน
อัยการเอลซัลวาดอร์เปิดการพิจารณาคดีครั้งใหญ่ นำตัวผู้ต้องสงสัยสมาชิกแก๊งมาเฟีย MS-13 จำนวน 486 คน ขึ้นศาลพร้อมกันในคดีเดียว เผชิญข้อหาหนักพัวพันอาชญากรรมกว่า 47,000 คดี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม
ทางการเอลซัลวาดอร์ได้เปิดการพิจารณาคดีครั้งใหญ่ต่อสมาชิกแก๊ง “มารา ซัลวาตรูชา” หรือ MS-13 จำนวน 486 คน ซึ่งมีทั้งระดับผู้นำระดับชาติ หัวหน้ากลุ่มในพื้นที่ และผู้ก่อตั้งกลุ่ม โดยทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่ออาชญากรรมรวมกว่า 47,000 ครั้ง ในช่วงระหว่างปี 2012 ถึง 2022
ข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดคือการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมถึง 29,000 ราย รวมถึงเหตุสังหารหมู่ 87 ศพภายในช่วงวันหยุดสัปดาห์เดียวเมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล ประกาศ “สงครามกับแก๊งอาชญากร” อย่างเต็มตัว
อัยการระบุว่า นอกเหนือจากคดีฆาตกรรมและการกรรโชกทรัพย์แล้ว สมาชิกแก๊ง MS-13 ยังถูกตั้งข้อหา “กบฏ” เนื่องจากมีพฤติการณ์พยายามจัดตั้งอำนาจรัฐขนานไปกับรัฐบาลเพื่อควบคุมพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีบูเคเลระบุว่าแก๊งเหล่านี้เคยคุมพื้นที่ได้ถึง 80% ของประเทศ
ในการพิจารณาคดีนี้ ผู้ต้องหาจะรับฟังการไต่สวนผ่านระบบวิดีโอลิงก์จากเรือนจำ โดยอัยการยืนยันว่ามีหลักฐานมหาศาลที่จะขอให้ศาลลงโทษขั้นสูงสุด เพื่อชำระหนี้แค้นทางประวัติศาสตร์ให้กับผู้เสียชีวิตกว่า 2 แสนรายตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา
ในบรรดาผู้ต้องหาเกือบ 500 ราย มีจำนวน 413 คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันการก่อการร้าย (CECOT) ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นตามคำสั่งของประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล โดยจำเลยส่วนใหญ่เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีผ่านระบบวิดีโอทางไกลจากภายในเรือนจำ ส่วนอีก 73 รายที่เหลือเป็นการดำเนินคดีลับหลัง (In Absentia)
นโยบาย “กำปั้นเหล็ก” ของนายบูเคเลส่งผลให้เอลซัลวาดอร์เปลี่ยนจากประเทศที่อันตรายที่สุดในละตินอเมริกา กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในปัจจุบัน และทำให้เขามีคะแนนนิยมพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม แลกมาด้วยข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยมีผู้ถูกจับกุมแล้วกว่า 91,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีหลายพันคนที่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์
องค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมน ไรท์ วอตช์ เตือนว่าการพิจารณาคดีแบบกลุ่มโดยใช้ “ผู้พิพากษาไร้ตัวตน” และการตัดสินโทษรวมทีเดียว ทำให้จำเลยไม่มีโอกาสสู้คดีเป็นรายบุคคล นอกจากนั้น ยังมีรายงานการทรมานและผู้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังแล้วอย่างน้อย 500 ราย
แม้จะถูกกดดันจากนานาชาติ แต่ทางการเอลซัลวาดอร์ยังคงเดินหน้าพิจารณาคดีต่อไป โดยยืนยันว่านี่คือทางเดียวที่จะถอนรากถอนโคนแก๊งอาชญากรที่หยั่งรากลึกมาจากท้องถนนในลอสแอนเจลิสและทำลายชาติมานานกว่า 30 ปี.
ที่มา Associated Press