ปิยบุตร ซัดแรง นิติสงคราม ปมจ่อฟัน 44 สส. ลั่นใช้เป็น สงครามสั่งสอน

ปิยบุตร ซัดแรง นิติสงคราม ปมจ่อฟัน 44 สส. ลั่นใช้เป็น สงครามสั่งสอน

ปิยบุตร ซัดแรง นิติสงคราม ปมจ่อฟัน 44 สส. ลั่นใช้เป็น สงครามสั่งสอน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.06 น.

จากกรณี 44 อดีต สส. ก้าวไกล เสนอแก้ 112 จนนำไปสู่การยุบพรรคในปี 67 และถูก ป.ป.ช. ชี้มูลผิดจริยธรรมร้ายแรงหลังสู้คดีนานกว่า 2 ปี และศาลฎีกานัดชี้ชะตารับฟ้องหรือไม่ ซึ่งหากรับฟ้องอาจนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ในวันที่ 24 เมษายน 2569 

วานนี้ 23 เมษายน 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์ร่ายยาวถึงวิบากกรรมของอดีตพรรคก้าวไกล ตั้งแต่คดียุบพรรคมาจนถึงดาบสองที่กำลังไล่ล่า 44 สส. ในคดีจริยธรรมร้ายแรงจากการเสนอร่างแก้ไข มวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ตั้งแต่คดียุบพรรคก้าวไกลและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ในข้อหาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จากกรณีเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.อาญา มาตรา 112

ปิยบุตร แสงกนกกุล

ต่อเนื่องมาจนถึงคดีฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะ ไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กรณี 44 ส.ส.เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.อาญา มาตรา 112 ซึ่งอาจส่งผลเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

หากระบอบนี้ ไม่ต้องการให้การแก้ไข มาตรา 112 สำเร็จ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้วิธียุบพรรค / ตัดสิทธิตลอดชีวิต เลย บรรดาผู้กุม ”ใบอนุญาตที่ 2“ สามารถใช้กลไกตามครรลองของรัฐธรรมนูญอย่างเป็นอารยะ ด้วยการใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคว่ำไป หรือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.แบบนี้ ขัดรัฐธรรมนูญ แล้วพวกเขาทำแบบนี้ เพราะอะไร? ใครที่คิดอ่านเดินเกมแบบนี้ คงไม่ต้องการแค่เพียง ให้การแก้ไขมาตรา 112 ไม่สำเร็จ แต่พวกเขาคงต้องการ ”ทำสงครามสั่งสอน“ ทีหลัง พวกเอ็งอย่าริอ่านทำ “วางสนุ้ก“ ต่อไป พรรคไหนมีเสียงข้างมาก ก็อย่าบังอาจทำ
”ล้อมคอก“ ผู้แทนราษฎร มิให้เสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์อีกตลอดกาล

ปิยบุตร แสงกนกกุล

แต่โดยที่พวกเขาไม่ตั้งใจ พวกเขากลับทำให้ประเด็นการเมือง (ประกอบด้วย ผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองที่มีประชาชนสนับสนุน 14.4 ล้านเสียง / 151 ส.ส./ ที่ 1 ของประเทศ) ต้องเผชิญหน้ากับประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมยืนยันเสมอมาว่า ประเทศไทยต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ

แต่การนำประเด็นสถาบันพระมหาษัตริย์มาใช้ประกอบการยุบพรรคการเมืองที่มีประชาชนสนับสนุนจำนวนมาก และตัดสิทธินักการเมืองที่ได้รับความนิยม มีผลงานในสภา ไม่มีประวัติทุจริตคอร์รัปชั่น เช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ มีวิธีต่างๆอีกมากมาย ที่สกัดการแก้ไข 112 ได้ ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องทำ ”นิติสงคราม“ ถึงขนาดนี้”

ปิยบุตร แสงกนกกุล

หลังโพสต์ของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน เช่น

“และหน่วยงานที่เล่นงานพรรคส้มคดีนี้กับที่ยกฟ้องคนตระกูลชิดชอบเป็นหน่วยงานเดียวกันซะด้วย”

“แก้ปัญหา นี้. ด้วยเหตุผล ไหนดี ครับ. อาจารย์..ครับ”

“###เนปาล โมเดล ???”

“เกิดมาแล้วดับศูนย์..ใครจะรอดพ้นได้ว่ะ”

“ความยุติธรรม มันล่มสลายไปแล้ว ครับ”

“กฎหมายไดไม่ไห้แก่หรือแตะต้องฉันได ย่อมไม่หน้าเชื้อถือและเคารพฉันนั้น ไม่นานคงเสื่อม จะรอดู เหมือนคน ถ้าคนดีจริงต้องวิจารณ์ได้ ถ้าวิจารไม่ได้แสดงว่าไม่ดี”

“มันไม่คิดหรอกครับ”

ปิยบุตร แสงกนกกุล
ปิยบุตร แสงกนกกุล
ปิยบุตร แสงกนกกุล

ขอขอบคุณข้อมูบลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล 

Leave a comment