เท้ง ลั่น การเมืองไม่จำเป็นต้องเลือก พร้อมทำเต็มที่ทุกหน้ากระดาษ ไม่ลด-ไม่เพิ่มเพดาน

เท้ง ลั่น การเมืองไม่จำเป็นต้องเลือก พร้อมทำเต็มที่ทุกหน้ากระดาษ ไม่ลด-ไม่เพิ่มเพดาน

เท้ง ลั่น การเมืองไม่จำเป็นต้องเลือก พร้อมทำเต็มที่ทุกหน้ากระดาษ ไม่ลด-ไม่เพิ่มเพดาน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.22 น.

เท้ง ลั่น การเมืองไม่จำเป็นต้องเลือก หลังถูกถามแนวทางหลังจากนี้จะคมหรือไม่ คงไม่ได้มีการลด-เพิ่มเพดานอะไร ส่วนตำแหน่งบริหารอุบตอบ รอดูผลอาทิตย์นี้ ด้าน หมอวาโย กางไทม์ไลน์ คาดใช้เวลา 1-2 ปี มั่นใจศาลฎีกาให้ความเป็นธรรม 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการที่ศาลฎีการับคำร้องและให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ มองว่าได้รับความเป็นธรรมหรือไม่หรือเป็นเพราะคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่า สิ่งที่พวกเราอยากชี้ให้เห็น คืออนาคตของระบอบประชาธิปไตยไทย หนึ่งในนั้นคือกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆและองค์กรอิสระปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน 

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อคดีขแงนายศักดิ์สยามเอง แม้แต่อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาให้ความเห็นว่า เคยมีคำวินิจฉัยไปแล้วเส้นทางทางการเงินมีความชัดเจน ผูกพันทุกองค์กร และเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคดี 44 สส. ตนก็คิดว่าเป็นสิ่งที่สังคมก็มองเห็นว่า ป.ป.ช. กำลังจะมีการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันหรือไม่

เมื่อถามว่ายังจะมีการปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่ และตนจะยังเป็นหัวหน้าพรรคต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในการประชุมพรรคจะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการบริการพรรคชุดใหม่ ก็ขอให้รอผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคในวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.นี้

เมื่อถามว่า เตรียมแนวทางการสู้คดีไว้อย่างไร นายณัฐพงษ์ ได้มอบให้นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค และฝ่ายกฏหมายพรรคประชาชน  ชี้แจงแทน ว่า  ก็คาดหวังความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมในศาลฎีกาฯ อย่างน้อยปลายทางสุดท้าย ในกระบวนการนิติวิธีหลังจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็จะมาจบที่ศาลฎีกาฯ ซึ่งเป็นศาลสูงสุดในกระบวนการยุติธรรม คงจะต้องต่อสู้ไปอีกนานพอสมควร เพราะสำนวนคดีนี้เกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งในสำนวนนี้มีผู้คัดค้านถึง 44 คน แต่ละคนก็มีพยานหลักฐานและพยานบุคคล ที่เราต้องการขอหมายจากศาล เพื่อเชิญพยานบุคคลและหลักฐานภายนอกเข้ามา เพราะฉะนั้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี

นายแพทย์วาโย กล่าวต่อว่า คาดหมายว่าจะได้รับความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาได้คัดค้านและโต้แย้งมาโดยตลอด ว่าการไต่สวนของป.ป.ช.เป็นไปโดยมิชอบ และเราไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงในกระบวนการของ ป.ป.ช. เลย  เพราะบางคนขอหมายยื่นพยานจาก ป.ป.ช. แค่หมายเดียว ป.ป.ช.ก็ยังไม่ออกให้เลย และทั้ง 43 คน ไม่มีใครได้รับอนุญาตจาก ป.ป.ช.ที่จะได้รับหมายขอพยานบุคคลภายนอกเลย จึงคิดว่าน่าจะได้รับความเป็นธรรมในศาล และคำร้องคัดค้านของตัวเองที่ยื่นต่อศาล  ขอให้ศาลวินิจฉัยถึงกระบวนการอันมิชอบของ ป.ป.ช. ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้ยกคำร้องของตัวเองไป  ซึ่งอาจจะมีคำสั่ง เดียวกันไปในคราวเดียวกัน กับคำพิพากษาก็ได้ 

ซึ่งในโอกาสนี้ศาลได้เปิดโอกาสให้ ป.ป.ช. โต้แย้งคำพิพาทของตัวเอง ภายใน 15 วัน เพราะถือว่าเป็นกระบวนการที่ชอบแล้ว ป.ป.ช. ก็โต้แย้งมาแล้ว เหตุผลที่บอกว่าพยานหลักฐานที่ตนเองขอไปทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับคดี ป.ป.ช. ก็ต้องตอบให้ได้ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร แต่ทั้งนี้ ทั้ง 10 คนเมื่อได้รับคำสั่ง ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบมีเงื่อนไข จะเห็นว่าเงื่อนไขค่อนข้างกว้าง ต้องตีความและผูกอยู่กับคำร้อง โดยแต่ละคนคงจะได้รับคำร้องและเตรียมข้อมูล ดูเนื้อหาตามคำร้องอย่างละเอียด เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเหมาะสม

นายแพทย์วาโย กล่าวถึงกรณี 10 สส. หาก ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาล ว่า สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะเป็นคู่ความในคดี ในฐานะผู้ร้อง ส่วนกรณี นายสนธิญา สวัสดี ไปยื่นร้องคัดค้านคำสั่งศาล แม้จะอ้างว่าเป็นผู้ร้องในชั้น ป.ป.ช. แต่คู่ความในคดีนี้ คือ ป.ป.ช. กับ 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล คาดว่าศาลจะไม่รับคำร้อง เพราะไม่ใช่คู่ความ 

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวยืนยันในหลักการส่งรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ว่า ในสภาไม่จำเป็นต้องรอการเลือกหัวหน้าพรรค หรือการเลือกกรรมการบริหารพรรคของพรรคประชาชน และตนเองได้ยืนยันเรื่องนี้ต่อข้าราชการสภาไปแล้ว เพราะฉะนั้น เข้าใจว่ากระบวนการเสนอชื่อตนเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านน่าจะมีการดำเนินการอยู่ ขอไปถามฝั่งประธานรัฐสภาโดยตรง

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีการสื่อสารกับผู้สนับสนุนมวลชนเกี่ยวกับ จุดยืนของพรรค หรือความคาดหวังในการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในบางข้อ ว่า เมื่อมีคำสั่งศาลฎีกาออกมาแล้ว จะเดินหน้าอย่างไรโดยไม่เสียอุดมการณ์ ว่า เชื่อว่าเพื่อน สส. ที่ยืนอยู่บนเวทีนี้น่าจะได้รับข้อความการแสดงความยินดี ที่วันนี้ศาลไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่อยากให้ทุกคนตระหนักเห็นว่ากระบวนการนิติสงครามไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้  สิ่งที่พวกเราโดนคดีมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในประเด็นนี้ ในวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเนื้อหากฎหมายที่เสนอแก้ไข เรื่องการใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติแต่อย่างใด   

“แต่เป็นเรื่องปฏิกิริยาตอบโต้จากระบอบการเมืองที่กำลังรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ว่าจะมีอำนาจที่ไปควบคุมหรือเกี่ยวข้องกับกลไกในองค์กรอิสระ หรือการทุจริตคอรัปชั่นในขบวนการของ พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชน เดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ในบรรยากาศที่ทุกคนแสดงความยินดีกับพวกเรายืนยันว่าพวกเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านระบบการเมืองของประเทศให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนสูงสุด“ นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวย้ำว่า การทำหน้าที่ต่อของฝ่ายค้านกับความเข้มข้นในการตรวจสอบรัฐบาล ทำอย่างเข้มข้นมาโดยตลอดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า คำสั่งศาลที่ออกมาอาจจะมีเงื่อนไขมาก หลังจากนี้จะมีการลดเพดานในการขับเคลื่อนประเด็นที่แหลมคมแบบนี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็คงไม่ได้มีการลดเพิ่มเพดานอะไร เราก็เดินหน้าในแบบที่เราเคยทำมาโดยตลอด วันนี้ไม่อยากให้มองในประเด็นคำสั่งศาลอย่างเดียว อยากให้มองว่าสิ่งที่กำลังทำลายประเทศนี้อยู่ ก็คือการทำลายระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมาในฐานะผู้แทนราษฎร วันนี้เราเองก็ไม่ได้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมใช้อำนาจทุกอย่างที่เรามีในฐานะ สส. ในสภา ในการขับเคลื่อนทุกอย่างต่อไป ย้ำว่าไม่มีการเพิ่มหรือลดเพดานอะไร 

ส่วนทิศทางของพรรค หลังจากนี้ ที่ถูกหลายฝ่ายมองว่าอาจจะลดโทนลงมา และมีการถกเถียงกันในสังคม หลายแนวทาง และพรรคเดินไปในทิศทางไหน นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า โจทย์ใหญ่ เราไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชน และการขับเคลื่อนทางการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องเลือก เราจำเป็นต้องเดินหน้าในทุกกระดาษ 

Leave a comment