เปิดฉบับเต็ม! คำสั่งศาลฎีการับคำร้อง คดี 44 สส.ก้าวไกล สั่ง 10 สส.ปชน.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

เปิดฉบับเต็ม! คำสั่งศาลฎีการับคำร้อง คดี 44 สส.ก้าวไกล สั่ง 10 สส.ปชน.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

เปิดฉบับเต็ม! คำสั่งศาลฎีการับคำร้อง คดี 44 สส.ก้าวไกล สั่ง 10 สส.ปชน.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.24 น.

วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น.  ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้ง 44 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสส.ของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 10 ก.พ.2564 ถึงวันที่ 20 มี.ค.2566 ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ…. (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) พร้อมบันทึกหลักการ และเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารพิจารณา

โดยอาศัยสิทธิของสส. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทุตทุนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงถึงข้อบกพร่องดังกล่าว ให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง

การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง 44 คน จึงเป็นการฝ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิบไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรธานทางจริยธรรมของตลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงดำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 วรรคสอง และข้อ 27 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2565 นั้น

ศาลฎีกา มีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสาร ประกอบให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน หากจะคัดด้านให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับกับผู้คัดด้านดังกล่าว ยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัฏิบัติในฐานะ สส. ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

พฤติการณ์แห่งคดี จึงยัง ไม่สมควรให้ ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการผ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง

จึงมีคำสั่งให้ ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิ.ย.2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 ส.ค.2569 เวลา 09.30 น. ทั้งสองนัด

ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องของป.ป.ช.ไว้พิจารณา โดยไม่สั่งให้สส.ทั้ง 10 คนของพรรคประชาชน(ปชน.)ต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ห้ามกลุ่มผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้นศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยศาลนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายนนี้และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม นี้เวลา 09.30 น.ทั้ง2นัด

ด้านนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความของพรรค ปชน.ผู้คัดค้านเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องการชี้แจงเพิ่มเติมทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งศาลจะมีการนัดพิจารณาและให้นำคำชี้แจงพยานหลักฐานส่วนกรณีที่ให้สส.ปฏิบัติหน้าที่ต่อนั้นก็ถือเป็นข่าวดีในวันนี้  ส่วนเหตุผลของคำร้องที่ศาลได้รับฟังในวันนี้เพราะเราได้ยื่นเอกสารถึงอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเราเป็นตัวแทนของประชาชนในการเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในรัฐสภาและยืนยันว่าไม่มีการกระทำการที่ถูกกล่าวหาในคดี
   สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ต้องรอหารือกับทางทีมกฎหมายพรรค และตัวแทนพรรคต่อไป

ด้านนายศุภอรรถ อธิลา ผู้อำนวยการกลุ่มคดี 1 สำนักคดี ตัวแทนจากป.ป.ช.เปิดเผยว่า รายละเอียดเป็นไปตามคำชี้ช่องของผู้ร้องว่ามีพยานบุคคลอย่างไรบ้าง แล้วได้ส่งให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คนแล้ว ศาลได้นัดส่งคำร้องภายใน 14 วัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เป็นไปตามรายงานของศาลที่ได้แจกให้กับสื่อมวลชน ส่วนเรื่องที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาแต่ให้กลุ่ม 10 สส.ของพรรคประชาชนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อพิจารณาต่อไป

Leave a comment