
โต้อุ้ม ‘ศักดิ์สยาม’คดีซุกหุ้น ปปช.แจงยิบ ยันไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน
วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
โต้อุ้ม ‘ศักดิ์สยาม’คดีซุกหุ้น ปปช.แจงยิบ ยันไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน ศาลชี้ชะตา44สส.แก้ม.112
ป.ป.ช.แจงยิบมติตีตก “ศักดิ์สยาม”คดีซุกหุ้น ชี้ไร้เจตนาปกปิดไม่พบใช้อำนาจแทรกแซงเอื้อประโยชน์พวกพ้องยันไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เหตุศาลฯได้มีคำวินิจฉัยภายหลัง‘ศักดิ์สยาม’ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯต่อป.ป.ช.แล้ว พร้อมยังตรวจสอบปมถูกร้องจริยธรรมร้ายแรงลุ้นระทึก!ศาลฎีกาฯนัด10โมงครึ่ง ฟังคำสั่งรับคำร้องป.ป.ช.หรือไม่ คดี44อดีตสส.ก้าวไกลลงชื่อแก้ม.112 เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง หากศาลรับ 10สส.ปชน.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากคดีสิ้นสุดผิดจริง โดยตัดสิทธิลงเลือกตั้ง-ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีพ
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กรณีการถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด(หจก.)บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นว่านายศักดิ์สยามยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. และรมว.คมนาคม จำนวน 6 ครั้ง ไม่ปรากฏว่ามีรายการเงินลงทุนที่เป็นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนโดยมีผู้อื่นถือแทน แต่ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่านายศักดิ์สยามได้โอนหุ้นและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเสร็จสิ้นตั้งแต่ปี 2561 ก่อนรับตำแหน่งและเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง นายศักดิ์สยามได้ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อติดตามสิทธิคืนจนมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลอุทธรณ์ภาค1
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่าจากข้อเท็จจริงข้างต้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น และข้อเท็จจริงดังกล่าวที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยและมีมติ เป็นข้อเท็จจริงคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ประกอบกับ ป.ป.ช. ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยแล้ว ดังนั้นมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยภายหลังจากที่นายศักดิ์สยามได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. แล้ว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่าส่วนกรณีที่มีหนังสือร้องเรียนนายศักดิ์สยาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม กรณีเข้าไปมีส่วนได้เสียในหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นและใช้อำนาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้หจก.ดังกล่าว และนิติบุคคลที่เป็นพวกพ้องของตนได้ทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทนั้น ป.ป.ช.ตรวจสอบพยาน 25ปาก และเอกสารจากหลายหน่วยงาน ซึ่งพบข้อเท็จจริงว่าการประมูลเป็นไปตามปกติ หจก.บุรีเจริญฯเข้าเป็นคู่สัญญาเฉลี่ยปีละ27สัญญาซึ่งไม่ได้เพิ่มขึ้นผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงก่อนรับตำแหน่งอีกทั้งการเสนอราคาทำผ่านระบบ E-bidding ตามปกติ ไม่พบว่านายศักดิ์สยามใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่หจก.ดังกล่าวมีกำไรและขยายกิจการมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี2558-2559ซึ่งเป็นเวลาก่อนนายศักดิ์สยามรับตำแหน่งถึง 5รอบปีบัญชี ดังนั้นพยานหลักฐานไม่มีมูลให้รับฟังว่ามีการใช้อำนาจแทรกแซงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย
เลขาธิการป.ป.ช.กล่าวอีกว่า สำหรับคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น เป็นการร้องเรียนเข้ามาในประเด็นเดียวกันซึ่งปัจจุบันป.ป.ช.อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่24เมษายน 2569 เวลา 10.30น.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่ง ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคก้าวไกลในขณะนั้นได้ร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112เมื่อวันที่ 25มีนาคม 2564 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง
โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสังคมและถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การนัดฟังคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในครั้งนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการชี้ขาดว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ หากศาลมีคำสั่งรับคำร้องก็จะนำไปสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของ ส.ส.ทั้ง 44 รายสำหรับคำสั่งของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันพรุ่งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอาจกำหนดทิศทางของคดีและสถานการณ์ทางการเมืองในระยะต่อไป
โดยรายชื่อบุคคลที่กล่าวมีดังนี้ 1. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 2.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 3.นายธีรัจชัย พันธุมาศ 4. น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน 5.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 6.นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี 7.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 8.พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ 9.นายนิติพล ผิวเหมาะ 10.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร 11.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 12.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน)**
13. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 14.นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 15.นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ 16. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ 17.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 18.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 19. น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 20.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา 21.นายวรภพ วิริยะโรจน์ (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 22.นายคำพอง เทพาคำ 23.นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ 24. นายทองแดง เบ็ญจะปัก 25.นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ 26. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ
27. นายสุเทพ อู่อ้น (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 28.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 29.นายอภิชาติศิริสุนทร (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 30.นายองค์การ ชัยบุตร 31.พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ 32.นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ 33. นายศักดินัย นุ่มหนู 34. นายมานพ คีรีภูวดล 35. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 36. น.ส.วรรณวิภา ไม้สน 37.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน)** 38.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 39. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ 40.นายสมชาย ฝั่งชลจิตร (ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) 41.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล 42.นายวุฒินันท์ บุญชู 43.นายรังสิมันต์ โรม (ส.ส.ปัจจุบัน พรรคประชาชน) 44. นายสุรวาท ทองบุ
มีรายงานข่าวแจ้งว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 235วรรค3ระบุว่า”เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคําพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณีให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นและจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้”
นอกจากนี้ในวรรคถัดมายังระบุว่า”ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าในกรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไปและไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ”
สำหรับรายชื่อของอดีต44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.พรรคประชาชน มีจำนวน 10 คน แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อีก 2 คน เป็น สส.แบ่งเขตคือนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
ดังนั้น หากวันที่ 24 เมษายนนี้ ศาลฎีการับฟ้องคดีดังกล่าว สส.ทั้ง10คนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที (ยกเว้นศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น) และถ้าคดีสิ้นสุดโดยศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดตามฟ้อง ทั้ง 44 คน ก็จะไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใดๆ อีกต่อไป