
24 เม.ย. 2569 14:50 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
DeepSeek เปิดตัว “DeepSeek-V4” โมเดล AI รุ่นใหม่ ลดต้นทุนมหาศาล ท้าชนสหรัฐฯ
สตาร์ตอัปจีน “DeepSeek” เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ DeepSeek-V4 ชูจุดเด่นรองรับข้อมูลคำสั่งยาวถึง 1 ล้านคำ พร้อมลดต้นทุนการประมวลผลและหน่วยความจำอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่ร้อนแรงขึ้น
“ดีปซีค” (DeepSeek) สตาร์ทอัพดาวรุ่งจากเมืองหางโจวของจีน ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ “DeepSeek Shock” ที่ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงกราวเมื่อปีก่อน ได้ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ล่าสุด “DeepSeek-V4” โดยระบุว่ารุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นในขณะที่ใช้ทรัพยากรน้อยลงอย่างมาก
บริษัทระบุผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม WeChat และ X ว่า DeepSeek-V4 มีคือปริมาณสูงสุดของข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผลที่ยาวเป็นพิเศษถึง 1 ล้านคำ ซึ่งถือเป็นระดับผู้นำโลกทั้งในกลุ่มโมเดลระดับประเทศและกลุ่มโอเพนซอร์ส ช่วยให้ AI สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลและทำความเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ
สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ DeepSeek ได้แบ่งโมเดลออกเป็น 2 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ได้แก่ DeepSeek-V4-Pro รุ่นเรือธงที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 1.6 ล้านล้านพารามิเตอร์ มีความรอบรู้ในระดับโลกที่เป็นรองเพียงแค่ Gemini-Pro-3.1 ของกูเกิล เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เหนือกว่าโมเดลโอเพนซอร์สอื่นๆ ทั้งหมด และ DeepSeek-V4-Flash รุ่นประหยัดที่เน้นประสิทธิภาพและความรวดเร็ว โดยมีพารามิเตอร์อยู่ที่ 2.84 แสนล้านพารามิเตอร์ ออกแบบมาเพื่อให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจและนักพัฒนา
จาง อี้ ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัย iiMedia ให้ความเห็นว่าการเปิดตัวครั้งนี้คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของอุตสาหกรรม เพราะมันช่วยแก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพที่ช้าลงและต้นทุนที่สูงเกินไปในการประมวลผลคำสั่งขนาดยาว ซึ่งจะทำให้เทคโนโลยี AI ระดับสูงขยับจากการเป็นเครื่องมือในห้องวิจัย ไปสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้จริง
การเปิดตัว DeepSeek-V4 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังตึงเครียดอย่างหนัก โดยทำเนียบขาวได้ออกมากล่าวหาหน่วยงานของจีนว่ามีความพยายามครั้งใหญ่ในการขโมยเทคโนโลยี AI ของอเมริกา
ไมเคิล แครตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ มีหลักฐานว่ามีขบวนการในจีนที่ใช้เทคนิค “Distillation” หรือการกลั่นกรองข้อมูลจากโมเดลของคู่แข่งในระดับอุตสาหกรรม เพื่อนำมาสร้างโมเดลของตัวเองที่ราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน
ความสำเร็จของ DeepSeek ในการสร้าง AI ที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยต้นทุนต่ำ ได้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์อย่างเมตาและไมโครซอฟท์ ที่ต้องลงทุนมหาศาลเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยล่าสุดเมตาเพิ่งประกาศแผนเลิกจ้างพนักงานอีก 10% เพื่อรักษากำไรและนำเงินไปทุ่มกับการพัฒนา AI ให้ทันโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ DeepSeek จะเป็นที่นิยมอย่างสูงในจีน โดยเฉพาะในภาคสาธารณสุข การเงิน และสถาบันปกครองท้องถิ่น แต่ก็ยังเผชิญกับข้อกังขาเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการเซ็นเซอร์เนื้อหา ซึ่งเป็นปัญหาที่ AI จากจีนมักจะเลี่ยงไม่ตอบคำถามในประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมือง.
ที่มา AFP