
ปชป. เปิดประชุมใหญ่สามัญปี 69 อภิสิทธิ์ ขอบคุณสมาชิกหลังสู้ศึกเลือกตั้ง
วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.52 น.
25 เม.ย.2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจําปี 2569 โดยมีบรรดากรรมการบริหารพรรคและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ขณะเดียวกันก็มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมา ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน
การประชุมใหญ่สามัญ ตามกฎหมายพรรคการเมือง และตามข้อบังคับของพรรคซึ่งจะต้องมีการจัดประชุมสามัญอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนเมษายนของทุกปี สำหรับองค์ประชุม ตามกฎหมายและตามข้อบังคับขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้วคือมีผู้ที่เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 299 คน อยู่ในที่นี้ 51 คน และอยู่ในระบบออนไลน์ 248 คน
.jpg)
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าประการแรกต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี จากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้ อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการ และเรื่องกระบวนการสรรหาผู้สมัครทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี ส่วนกันเลือกตั้งที่ออกมาตนก็คิดว่าในส่วนของระบบบัญชีรายชื่อนั้นไม่ได้ห่างจากเป้าหมายและความคาดหมายที่เรามี หากเรียนคร่าวๆ คะแนนของบัญชีรายชื่อกลับไปอยู่สูงกว่า หากคิดเป็นสัดส่วนเมื่อปี 2562 เล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้ ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังและตนก็ได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งจากทุกภาค ในประเทศนี้ที่มาพูดถึงเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมดและเราก็มั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ มา และได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่าง
รวมไปถึงการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านซึ่งที่ผ่านมาพรรคมีเพียงแค่ 21 เสียง แต่เสียงของเราก็เป็นสิ่งที่ดังพอสมควร สส.ทุกคน ตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภาไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ และต่อไปงคือเรื่องของการเสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปรายเช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็งมีเหตุและผลมีความพร้อมความสร้างสรรค์และมีข้อเสนอแนะรวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆของสังคมเศรษฐกิจการเมืองในทุกๆเรื่อง
.jpg)
การทำงานในสภาไม่เพียงพอแต่ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นในนอกสภา เพิ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไปคือช่วงเดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้สิ่งที่ทางผู้บริหารพรรคทำก็มีเรื่องของความพยายาม ที่จะใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้และต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสมาชิกทั้งประเทศที่ใช้มีแอพพลิเคชันและระบบที่ทำให้สื่อสารภายในรับรู้รับทราบประเด็นพ่อห่วงใยและความคิดเห็นของสมาชิกควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรคไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารส.สสาขาตัวแทนจังหวัดและอื่นๆ
ขณะที่การระดมความช่วยเหลือเพิ่มเติมคือขณะนี้สภาได้ข้อยุติแล้วในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา มีทั้งสิ้น 35 คณะ แต่เรามีสส.จำนวน ที่ 22 ที่นั่ง เราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่จะพยายามประสานกับทุกกรรมธิการว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการหรือเลขาฯอะไรก็แล้วแต่ ตามระเบียบของสภา ซึ่งตนอยากให้สภาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประสบการณ์อดีตรัฐมนตรี อดีตสส ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการเหล่านี้ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ ถึงได้ให้คนในกรรมาธิการหรือในพรรคร่วมฝ่ายค้านในกรรมาธิการที่เราไม่มีกรรมาธิการช่วยนำเสนอว่าจะสามารถเข้าไปมีบทบาทหรือส่วนร่วมในกรรมาธิการต่างๆได้มากน้อยเพียงใด สำหรับประธานกรรมาธิการ ได้มา 2 คณะคือคณะกรรมาธิการสาธารณสุข และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดเพราะฉะนั้น 2 คณะนี้อย่างน้อยเราน่าจะมีโอกาสในการที่จะคัดสรรบุคคลหรือบุคลากรเข้าไปเสริมได้ดียิ่งขึ้น
.jpg)
โดยการประชุมในวันนี้จะเป็นการรายงานผลการดําเนินงานของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา รวมไปถึง รับรองงบการเงิน ประจําปี 2568 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แต่จะไม่แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค แทนนายวีระพงษ์ ประภา ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)