อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้

อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้

อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.48 น.

หลังจากที่วานนี้ (24 เมษายน 2569) หวัง อี้ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในระหว่างหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้านั้นมีการเสิร์ฟทุเรียนและข้าวหลามในกะลามะพร้าวต้อนรับ นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมขนมไทยอย่างลูกชุบ และขนมสอดไส้ ก่อนที่ในเวลาต่อมา นาย อนุทิน ชาญวีรกูล จะขับรถไฟฟ้า BYD พา หวังอี้ ไปกินข้าวกลางวันที่โรงแรมด้วยตนเอง

ล่าสุดวันนี้ 25 เมษายน 2569 นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์หมากเกมการเมืองระดับโลกในจังหวะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขับรถไฟฟ้าส่วนตัวพา หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนไปรับประทานอาหารด้วยตนเอง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “นรม.ขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว หมากทางการทูตหมากนี้ ผมให้คะแนนเต็ม เพราะอะไร อย่างที่เคยบอกว่าชั้นเชิงทางการทูตนั้นไม่ได้ดูแค่ภาษาพูด หรือ ภาษาเขียน แต่ต้องดูภาษากายประกอบด้วย การยื่นมือให้ก่อน จับแล้วใช้มืออีกข้างกุมจับให้กระชับแน่น การแสดงความเป็นกันเองที่นอกพิธีการ เช่น นรม.ขับรถเอง หวังอี้นั่งคู่ด้านหน้า รถที่ใช้เป็นรถไฟฟ้าจีน ชื่อรถที่มีความหมายดี อาหารที่พาไปกินเป็นอาหารไทย มี “ลูกชุบ” ด้วย ทั้งหมดมีนัยยะที่ตีเป็นความหมายแฝงในทางที่ดีได้หมด

ผมมองว่าเป็นการ “ตัดไม้ข่มนาม” ประเทศเพื่อนบ้านที่หวังอี้เพิ่งไปเยือนมาก่อนหน้าด้วย โชว์ให้เห็นๆกันไปเลยว่า เอ็งกับข้าคนละ level กัน ซึ่งเรื่องแบบนี้ “เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” ทำไม่ได้ เพราะบารมีไม่ถึง ! มิหนำซ้ำยังออกตัวแรง ชอบอวดว่าเป็น ผลิตผลทางการศึกษาจาก US จะยืนหลังตรง จะไม่ใช้นโยบายลู่ลม บลา บลา บลา โชคดีเหลือเกินที่ประเทศไทยเราไม่ได้เด็กเมื่อวานซืนอ่อนประสบการณ์มาเป็นผู้นำ”

นริศโรจน์ เฟื่องระบิล

หลังจากโพสต์ของ นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล เผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแนวคิดของอดีตทูตกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องบารมีและประสบการณ์การทำงาน เช่น

“มากกว่าพิธีทางการทูต คือเพิ่มความเป็นไทยลงไป”

“ท่านหวังอี้ นั่งรถไปด้วยกันกับท่านนายกฯอนุทิน แสดงถึงความสนิทสนม ไว้วางใจ ยิ่งกว่าแค่มีมิตรภาพ อีกค่ะ”

“ไอ้ที่ได้ไปเรียน รร.ทหารโก้ๆ ก็โควต้าเด็กไทยสละให้”

“เหนือสิ่งอื่นใด..พูดภาษาเดียวกันค่ะ ไม่ต้องใช้ล่าม”

“จริงค่ะ ชอบความเก๋าเกมของนายกฯอนุทิน”

“เมื่อตอนเห็นภาพข่าว ผมรู้สึกประทับใจในตัวนายกรัฐมนตรีของเรามากครับ”

“เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ…ท่านทูตฯ..#โชคดีมหาศาล ที่ ไอ้เด็กวานซืน ไม่ได้ เป็น เพียงแค่ เกือบ!!!”

“พฤติกรรมการแสดงออกถึงความดูแลเอาใจใส่ ยิ่งกว่าภาษากายทั่วไป ด้อมส้มคงไม่สามารถหยั่งรู้ด้วยญาณวิถีใดๆทั้งสิ้น”

นริศโรจน์ เฟื่องระบิล
นริศโรจน์ เฟื่องระบิล
นริศโรจน์ เฟื่องระบิล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj

Leave a comment