แก้โจทย์วิกฤตปุ๋ยแพง อว. ผนึก ก.เกษตร ชูโซลูชัน ปุ๋ยสั่งตัดอัจฉริยะ ผสาน AI แม่นยำรายแปลง

แก้โจทย์วิกฤตปุ๋ยแพง อว. ผนึก ก.เกษตร ชูโซลูชัน ปุ๋ยสั่งตัดอัจฉริยะ ผสาน AI แม่นยำรายแปลง

แก้โจทย์วิกฤตปุ๋ยแพง อว. ผนึก ก.เกษตร ชูโซลูชัน ปุ๋ยสั่งตัดอัจฉริยะ ผสาน AI แม่นยำรายแปลง

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

วันที่ 25 เม.ย. 2569 ที่ จ.อุดรธานี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร) ไทย” เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้นและปัญหาดินเสื่อมโทรม โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สส.อุดรธานี บุคลากรและเกษตรกรเข้าร่วมงาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวง อว. ตระหนักดีว่า “หัวใจสำคัญ” ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคือพี่น้องเกษตรกร แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความผันผวนของราคาปัจจัยผลิตในตลาดโลก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่เป็นต้นทุนหลัก รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการนำ “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” มาช่วยลดภาระและเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

ปุ๋ยแพง

โครงการปุ๋ยสั่งตัดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตปุ๋ยเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำองค์ความรู้มาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยแบบเหมาจ่าย มาเป็นการใช้ปุ๋ยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสภาพดินในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะสามารถช่วยลดต้นทุนลงได้ถึงร้อยละ 40-60 และยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินกลับมามีชีวิตและอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยจะใช้กลไกของสหกรณ์การเกษตรเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของชุมชนในการติดตั้งเครื่องผลิตปุ๋ยและแพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศ มุ่งสร้าง “ความมั่นคงทางอาหาร” และ “ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ” ให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

โครงการนี้ได้เริ่มต้นนำร่องที่สหกรณ์ในจังหวัดอุดรธานีเป็นแห่งแรก และตั้งเป้าขยายไปยังสหกรณ์ต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพก่อนขยายผลทั่วประเทศ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึง “แม่ปุ๋ย” ที่เหมาะสมกับดินและพืชของตนเอง ผ่านเครื่องมือที่จับต้องได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันจากกระทรวงเกษตรฯ หรือชุดตรวจสอบดินจาก อว.

ปุ๋ยแพง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรม “ปุ๋ยอินทรีย์เคมี” ที่เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ตอซังข้าว มาแปรรูปและผสมกับแม่ปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากจะรักษาประสิทธิภาพของผลผลิตแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพดินในระยะยาว ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงแรงงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อร่วมกันยกระดับทักษะและสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรในยามวิกฤต เป็นการสร้างรอยยิ้มและความมั่นคงที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรและแรงงานไทยทุกคน

ด้านนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญวิกฤตราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งประเทศไทยต้องนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศสูงถึงกว่าร้อยละ 40 โดยการส่งเสริม “ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด” ซึ่งผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน จึงเป็นทางออกสำคัญในการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีต่อเนื่องยาวนาน ด้วยการเติมอินทรียวัตถุกลับคืนสู่ดินอย่างน้อยร้อยละ 10 

ปุ๋ยแพง

สำหรับโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ปัญหาปากท้องอย่างตรงจุด โดยในระยะแรกมีแผนดำเนินงาน 6 เดือน สิ้นสุดเดือนกันยายน 2569 มุ่งเน้นการติดตั้งชุดเครื่องผสมปุ๋ยและแพลตฟอร์มอัจฉริยะให้แก่สหกรณ์การเกษตรนำร่องเพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยที่ “ถูกดิน ถูกพืช และถูกราคา” พร้อมทั้งประเมินผลสัมฤทธิ์เพื่อพิจารณาขยายผลการติดตั้งและถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไปทั่วประเทศให้ครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับการเกษตรไทยสู่ “เกษตรแม่นยำ” (Precision Agriculture) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มรายได้สุทธิจากการลดรายจ่ายและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งกิจกรรม Kick off ในวันนี้ได้มีการสาธิตเครื่องผสมปุ๋ยและมอบปุ๋ยให้แก่ตัวแทนเกษตรกรเพื่อแสดงถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่มือเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรมก่อนจะกระจายความสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

ปุ๋ยแพง
ปุ๋ยแพง
ปุ๋ยแพง
ปุ๋ยแพง
ปุ๋ยแพง
ปุ๋ยแพง
ปุ๋ยแพง

Leave a comment