วัส ติงสมิตร เปิด 8 เหตุผล ทำไม ป.ป.ช.ให้ ศักดิ์สยาม รอดคดีบัญชีเท็จ?

วัส ติงสมิตร เปิด 8 เหตุผล ทำไม ป.ป.ช.ให้ ศักดิ์สยาม รอดคดีบัญชีเท็จ?

วัส ติงสมิตร เปิด 8 เหตุผล ทำไม ป.ป.ช.ให้ ศักดิ์สยาม รอดคดีบัญชีเท็จ?

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

26 เมษายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจาะลึกมติ ป.ป.ช.! ทำไม “ศักดิ์สยาม” รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ? เปิด 8 เหตุผลที่โลกต้องรู้

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง! เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงมติสำคัญกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญออกมา แต่ทำไมในมุมของ ป.ป.ช. ถึงมองว่า ‘ไม่มีความผิด’?

วันนี้เราจะมาย้อนรอยข้อเท็จจริงและบรรทัดฐานทางกฎหมาย 8 ประการ ที่ ป.ป.ช. ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญเรื่อง ‘เจตนา’ และ ‘นิติกรรม’ ในโลกของการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองครับ”

(ส่วนพรุ่งนี้เราจะมาวิจารณ์คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. พร้อมทางออกของปัญหา)

1.นิติกรรมเสร็จสมบูรณ์ก่อนเข้ารับตำแหน่ง

จากการตรวจสอบพบว่า การโอนสิทธิเงินลงทุนและการชำระเงินเสร็จสิ้นตั้งแต่มกราคม 2561 และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทอย่างถูกต้อง นิติกรรมนี้เกิดขึ้น “ก่อน” นายศักดิ์สยามจะมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ในตำแหน่งทางการเมือง

2. ขาดพฤติการณ์การควบคุม (De Facto Control)

ไม่พบพยานหลักฐานว่านายศักดิ์สยามเข้าไปบริหารจัดการ หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หลังการโอนหุ้น ขณะที่นายศุภวัฒน์ (ผู้รับโอน) ได้แสดงตนและบริหารจัดการในฐานะเจ้าของตามทะเบียนโดยอิสระ สอดคล้องกับพฤติการณ์ “โอนขาด” มิใช่การเชิดตัวแทน (Nominee)

3. หลักความเชื่อโดยสุจริต (Good Faith Mistake)

เมื่อนิติกรรมและการจดทะเบียนครบถ้วนตามกฎหมาย นายศักดิ์สยามย่อมเข้าใจโดยสุจริตว่าตนไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้นนั้นแล้ว ป.ป.ช. จึงวินิจฉัยว่า “ขาดเจตนาทางอาญา” ในการปกปิดทรัพย์สิน เนื่องจากยื่นข้อมูลตามพฤติการณ์ทางทะเบียนที่ปรากฏจริงในขณะนั้น

4. การยุติข้อพิพาทผ่าน “ศาลยุติธรรม”

ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ นายศักดิ์สยามได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และจบลงด้วย “สัญญาประนีประนอมยอมความ” ในชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยนายศุภวัฒน์ตกลงรับซื้อที่ดินจำนวน 323 ไร่ ด้วยราคา 51.5 ล้านบาท จากนายศักดิ์สยามเพื่อยุติข้อพิพาท ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษาตามยอมโดยเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย สะท้อนถึงพฤติการณ์การซื้อขายหุ้นและที่ดินที่เกิดขึ้นจริงเพื่อเยียวยาข้อพิพาททางแพ่ง

5. การแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย (17 มกราคม 2567) นายศักดิ์สยามได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อติดตามสิทธิคืนทันที และเมื่อคดีถึงที่สุดในศาลยุติธรรม ก็ได้แจ้ง “ปรับปรุงบัญชีทรัพย์สิน” ต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับความเป็นจริงล่าสุด แสดงถึงเจตนาสุจริตในการให้ข้อมูล

6. ผลการตรวจสอบเชิงลึก (Substantive Review)

ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่แจ้งปรับปรุงใหม่ (เช่น เงินที่ได้รับจากการขายที่ดิน) พบว่า “มีอยู่จริงและถูกต้อง” ไม่พบความผิดปกติหรือพฤติการณ์ซ่อนเร้นที่เชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน

7. การแยกแยะฐานความผิด (Legal Distinction)

ป.ป.ช. ชี้แจงความแตกต่างของบรรทัดฐานทางกฎหมายไว้ดังนี้:

• ศาลรัฐธรรมนูญ: วินิจฉัยเรื่อง “ความเป็นรัฐมนตรี” โดยพิจารณาจาก “ความเป็นเจ้าของที่แท้จริง” (Substance over Form)

• ป.ป.ช.: วินิจฉัยเรื่อง “การจงใจยื่นบัญชีเท็จ” ซึ่งต้องพิสูจน์ “เจตนาทุจริตทางอาญา” (Criminal Intent) เป็นสำคัญ

ดังนั้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมองว่ายังเป็นเจ้าของหุ้น แต่ในทางอาญาไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นมีเจตนาปกปิดเสมอไป

8. เงื่อนเวลาที่แตกต่าง (Timeline Override)

เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น “ภายหลัง” การยื่นบัญชีทรัพย์สินในหลายกรณี นายศักดิ์สยามย่อมยื่นข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่รับรู้ ณ ขณะนั้น มติของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้จึงถือว่าไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่ประการใด

เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยนี้จะฟังขึ้นหรือไม่ และมีทางออกอย่างไร โปรดติดตามรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ครับ

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
26/4/69

#ปปช #ศักดิ์สยามชิดชอบ #บัญชีทรัพย์สิน #กฎหมายน่ารู้ #การเมืองไทย #ตรวจสอบทุจริต #เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย #ศาลรัฐธรรมนูญ #วัสติงสมิตร

Leave a comment