คนร้ายวางระเบิด ถนนหลวงโคลอมเบียดับ 19 ศพ คาดฝีมือเจ้าพ่อยาเสพติด

คนร้ายวางระเบิด ถนนหลวงโคลอมเบียดับ 19 ศพ คาดฝีมือเจ้าพ่อยาเสพติด

27 เม.ย. 2569 04:18 น.

คนร้ายวางระเบิด ถนนหลวงโคลอมเบียดับ 19 ศพ คาดฝีมือเจ้าพ่อยาเสพติด

เหตุวางระเบิดที่ถนนหลวงในโคลอมเบียเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ศพ โดยทางการระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นราชายาเสพติดท้องถิ่น และเป็นอดีตสมาชิกกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 เม.ย. 2569 ว่า เกิดเหตุลอบวางระเบิดบนถนนหลวงทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ศพ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นฝีมือของราชายาเสพติด ซึ่งเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มกบฏฟาร์ก (FARC)

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุระเบิดดังกล่าว เกิดขึ้นบนทางหลวงสายแพน-อเมริกัน ในเขตเทศบาลคาจิปิโอ จังหวัดเกากา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย 38 ราย รวมถึงเด็ก 5 คน

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า มีถังบรรจุระเบิดตกลงมาบนรถมินิบัสและเกิดการระเบิดขึ้น ขณะที่นายอ็อกตาวิโอ กุซมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรม พร้อมกับเตือนถึง “การยกระดับของการก่อการร้าย” ในพื้นที่

ด้านประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร ระบุว่าการโจมตีเป็นฝีมือของ อิวาน มอร์ดิสโก หนึ่งในอาชญากรที่ทางการโคลอมเบียต้องการตัวมากที่สุด ซึ่งนายเปโตรนำไปเปรียบเทียบกับนาย “ปาโบล เอสโกบาร์” อดีตราชายาเสพติดชื่อก้องโลก และบอกด้วยว่า กลุ่มผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้เป็น “ผู้ก่อการร้าย, ฟาสซิสต์ และผู้ค้ายาเสพติด”

ทั้งนี้ มอร์ดิสโกเป็นสมาชิกกลุ่มที่แยกตัวออกมาจาก อดีตกองกำลังติดอาวุธปฏิวัติโคลอมเบีย (FARC) ที่ยุบตัวลงไปแล้ว โดยเขายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในภูมิภาคนี้ และเป็นผู้ที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมในข้อตกลงสันติภาพที่กลุ่ม FARC เคยลงนามไว้กับรัฐบาลเมื่อปี 2559

เหตุระเบิดเมื่อวันเสาร์ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุด ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โดยพลเอก ฮูโก โลเปซ ผู้บัญชาการกองทัพโคลอมเบีย ระบุว่า ในช่วงสองวันที่ผ่านมาเกิดเหตุรุนแรงมาแล้วอย่างน้อย 26 ครั้งในจังหวัดบาเย เดล เกากา และจังหวัดเกากา

การโจมตีครั้งล่าสุดยังเกิดขึ้นก่อนที่โคลอมเบียจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 31 พ.ค.นี้ โดยประเด็นเรื่องความมั่นคงเป็นหัวข้อหลักที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : dw

Leave a comment