งบกลาโหมโลกพุ่งแตะ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

งบกลาโหมโลกพุ่งแตะ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

27 เม.ย. 2569 11:35 น.

งบกลาโหมโลกพุ่งแตะ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI) เผยงบประมาณด้านกลาโหมทั่วโลกปี 2025 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แตะระดับเกือบ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 93.8 ล้านล้านบาท โดยสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ครองสัดส่วนเกินครึ่งของโลก ขณะที่ยุโรปเร่งสะสมอาวุธรับมือสงครามยูเครนและการลดบทบาทของสหรัฐฯ

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม หรือ SIPRI เปิดเผยว่า การใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกในปี 2025 เพิ่มขึ้นแตะเกือบ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 93.8 ล้านล้านบาท นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องปีที่ 11 ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่มั่นคงและการเร่งเสริมศักยภาพด้านกลาโหมของหลายประเทศ

รายงานระบุว่า 3 ประเทศที่ใช้งบประมาณทางทหารสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ใช้งบรวมกันถึง 1.48 ล้านล้านดอลลาร์ ราว 47.87 ล้านล้านบาท คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายทั่วโลก

แม้สหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ใช้จ่ายรายใหญ่ที่สุดของโลก จะลดงบลง 7.5% เหลือ 954,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เนื่องจากไม่มีการอนุมัติความช่วยเหลือทางทหารใหม่แก่ยูเครน แต่การลดลงดังกล่าวถูกชดเชยด้วยการเพิ่มงบในยุโรปและเอเชีย

นักวิจัยระบุว่า ภาระทางทหารของโลก หรือสัดส่วนการใช้จ่ายด้านกลาโหมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 สะท้อนภาพรวมของโลกที่มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขึ้น

ยุโรปเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการเพิ่มขึ้นของงบกลาโหม โดยรวมถึงรัสเซียและยูเครน ซึ่งมีการใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 14% แตะ 864,000 ล้านดอลลาร์ จากปัจจัยสงครามในยูเครนและบทบาทของสหรัฐที่ลดลงในภูมิภาค โดยเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศใช้จ่ายอันดับ 4 ของโลก เพิ่มงบ 24% เป็น 114,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สเปนเพิ่มขึ้นถึง 50% เป็น 40,200 ล้านดอลลาร์ และมีสัดส่วนเกิน 2% ของจีดีพี เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

ในส่วนของสงครามยูเครน ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างเพิ่มงบกลาโหม โดยรัสเซียใช้งบ 190,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 7.5% ของจีดีพี ขณะที่ยูเครนเพิ่มขึ้น 20% เป็น 84,100 ล้านดอลลาร์ หรือสูงถึง 40% ของจีดีพี

ด้านตะวันออกกลาง แม้ยังคงมีความตึงเครียด แต่การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.1% เป็น 218,000 ล้านดอลลาร์ โดยอิสราเอลและอิหร่านกลับลดงบลงเล็กน้อยจากปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศ

ขณะที่เอเชียและโอเชียเนียมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 8.5% แตะ 681,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 15 ปี โดยจีนยังคงเป็นผู้เล่นหลัก ใช้งบประมาณราว 336,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 10.85 ล้านล้านบาท) และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 30 นอกจากนี้ ประเทศในภูมิภาคอย่างญี่ปุ่นและไต้หวันยังเพิ่มงบกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค

นักวิจัยสรุปว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น และประเทศต่าง ๆ กำลังเพิ่มการใช้จ่ายทางทหารเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา AFP

Leave a comment