
27 เม.ย. 2569 13:22 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
บังกลาเทศสังเวย “ฟ้าผ่า” ดับพุ่ง 14 ศพ เหตุพายุถล่มไล่หลังคลื่นความร้อน
บังกลาเทศเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงหลังคลื่นความร้อนยาวนาน ส่งผลให้เกิดฟ้าผ่าคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 14 รายใน 7 เขต ขณะที่ทางการเตือนฝนยังตกต่อเนื่องและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
เกิดเหตุฟ้าผ่าคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายคน ในหลายพื้นที่ของประเทศบังกลาเทศ หลังพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มต่อเนื่องภายหลังคลื่นความร้อนที่ยาวนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
รายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในอย่างน้อย 7 เขต ได้แก่ ไกบันดา โบกูรา นาโตเร ปันชาการห์ ทากูร์กาวน์ จามาลปูร์ และสิราจกานจ์ โดยเฉพาะเขตไกบันดามีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย รวมถึงเด็ก 2 คน
เหตุฟ้าผ่าเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ในเขตจามาลปูร์และสิราจกานจ์ มีชาวนาถูกฟ้าผ่าขณะทำงานในไร่นา ขณะที่บางรายเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
กรมอุตุนิยมวิทยาบังกลาเทศระบุว่า ฝนที่ตกลงมาช่วยบรรเทาคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมถึง 24 เขตก่อนหน้านี้ โดยอุณหภูมิสูงสุดเคยแตะระดับ 35–40 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม คาดว่าฝนจะยังคงตกต่อเนื่องในอีกหลายวัน และอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มเติม
แม้ฝนจะช่วยคลายความร้อน แต่พายุลูกเห็บในบางพื้นที่กลับสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่กำลังเก็บเกี่ยว ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ศูนย์พยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมของประเทศได้ออกคำเตือนน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มน้ำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 3 วันข้างหน้า
องค์กรรณรงค์ด้านความปลอดภัยจากพายุฟ้าคะนองเปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าในบังกลาเทศเฉลี่ยราว 300 คน โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุสำคัญของการสูญเสียจำนวนมากมาจากการขาดความตระหนักด้านความปลอดภัย โดยแนะนำให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการทำงานกลางแจ้งในช่วงพายุ และสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทยาง เพื่อลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในบังกลาเทศอย่างต่อเนื่อง.
ที่มา Anadolu / The Daily Star