
พรรคไทยชนะ จัดประชุมใหญ่ ตั้ง ฐานวัฒน์ นั่งประธาน โกศล เลขาฯ ประสงค์ รองเลขาฯ
วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.59 น.
พรรคไทยชนะ จัดประชุมใหญ่ ตั้ง ฐานวัฒน์ นั่งประธาน โกศล เลขาฯ ประสงค์ รองเลขาฯ ด้าน จักรพงศ์ ย้ำ เดินหน้าสร้างพรรคของประชาชน มุ่งสู่สถาบันการเมืองคุณภาพในอนาคต
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2569 นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะและกรรมการบริหารพรรคไทยชนะ ตัวแทนสาขา ตัวแทนจังหวัด ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร, นายโกศล หกสุวรรณ, นายประสงค์ แก้ววิจิตร, นายธนากร เศรษฐพินิจ, ดต.เกษตร เสมอกิจ, นายเลือกพรหม, นายชัยวัฒน์ บุญษาศิริโชติ, น.ส.เกศมณี ไชยา, นายเจริญ สมปัญญา, น.ส.สุริยา สาโรวาท, นางสาวมุทิตา หิรัญ, นายณัฐกิตติ์ ฉัตรภรณ์ลักษมี ได้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2569 พรรคไทยชนะ ณ.บ้านท่าข้ามใต้ ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีวาระการประชุม คือ
วาระที่ 1.ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
วาระที่ 2.การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค ไทยชนะพ.ศ 2569
วาระที่ 3 เรื่อง ให้ความเห็นชอบรายงานการดำเนินกิจการของ พรรคไทยชนะประจำปีพ.ศ 2568 การให้ความเห็นชอบรายงานการเงิน การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคและวาระอื่นๆ ในการเสนอแต่งตั้งประธานพรรคไทยชนะและรองเลขาธิการ พรรคไทยชนะ มีสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 280 คน มติที่ประชุมรับทราบและเห็นชอบการดำเนินงานของพรรคไทยชนะ ประจำปี 2568
ในการประชุมดังกล่าว นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ ได้กล่าวว่า พรรคไทยชนะเป็นพรรคการเมืองที่มุ่งตั้งใจก่อตั้งเพื่อให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน อย่างแท้จริงโดยสมบูรณ์ และขอขอบคุณ หัวหน้าสาขา ตัวแทนจังหวัด ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านและโดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้ จัดการดำเนินการประชุมใหญ่ เพื่อให้ถูกต้องตาม พรบ.พรรคการเมือง
โดยที่ประชุมได้มีการเสนอชื่อแต่งตั้งกรรมการบริหารและเสนอนายโกศล หกสุวรรณ เป็นเลขาธิการ และหัวหน้าพรรคได้แต่งตั้ง นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร เป็นประธานพรรคไทยชนะ และนายประสงค์ แก้ววิจิตร เป็นรองเลขาธิการ
“พรรคไทยชนะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา มีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นจากเดิม ดังนั้นจึงขอให้กำลังใจสมาชิกพรรคทุกท่าน สร้างพรรคให้มีความแข็งแรงมั่นคงเป็นพรรคการเมืองคุณภาพ เป็นสถาบันทางการเมือง เพื่อจะได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนในการเลือกสมาชิกพรรคไทยชนะเข้ามาเป็น สส.เป็นผู้แทนของประชาชนในอนาคตต่อไป”






