
คุก 1 ปี 6 เดือน สองแม่ค้าบะหมี่ รอลงอาญา 3 ปี ติดป้ายผิด ม.112
วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.54 น.
วันที่ 28 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความระบุว่า วันที่ 28 เม.ย. 2569 ศาลอาญาพระโขนงนัดสอบคำให้การ และตรวจพยานหลักฐานในคดีของ “เจ๊จวง” (สงวนชื่อสกุล) อายุ 55 ปี และ “เจ๊เทียม” (สงวนชื่อสกุล) อายุ 60 ปี สองแม่ค้าขายบะหมี่-ก๋วยเตี๋ยว ที่ถูกฟ้องในข้อหา มาตรา 112 เหตุจากการติดป้ายไว้บริเวณหน้าร้านจำนวน 2 ป้าย ซึ่งป้ายหนึ่งมีเนื้อหาเรียกร้องยกเลิกมาตรา 112 และกล่าวถึงการผลาญงบประมาณแผ่นดิน, และอีกป้ายมีข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ไปไหนก็เป็นภาระ” เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2566
วันนี้จำเลยทั้งสองตัดสินใจให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาทันที โดยพิพากษาว่าทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี ให้คุมประพฤติ 1 ปี โดยต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งต่อปี
คดีนี้มี ทรงชัย เนียมหอม สมาชิกกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ปภส.) เป็นผู้กล่าวหา โดยทรงชัยอ้างว่า ถ้อยคำภายในแผ่นป้ายดังกล่าวนั้น เป็นถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและมาตรา 112
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2567 เจ๊จวงและเจ๊เทียมได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.บางนา พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2566 ทรงชัยได้มากล่าวโทษให้ดำเนินคดี โดยพบโพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กซึ่งเป็นสาธารณะ ในวันที่ 18 ม.ค. 2566 เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นแผ่นป้ายที่ติดแสดงอยู่บริเวณหน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยว จำนวน 2 แผ่นป้าย ที่ประชาชนทั่วไปสามารถพบเห็นได้ ซึ่งเห็นว่าถ้อยคำเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญไทยและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กที่ผู้กล่าวหาอ้างว่าพบภาพและข้อความนั้น ไม่ได้เป็นของ “เจ๊จวง” และ “เจ๊เทียม” แต่อย่างใด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ต่อมาพนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการพระโขนงเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 และอัยการนัดผู้ต้องหามารายงานตัวและฟังคำสั่งเดือนละหนึ่งครั้ง จนกระทั่งอัยการมีคำสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568
ซึ่งล่าสุด เวลา 11.30 น. ห้องพิจารณาที่ 22 ศาลอาญาพระโขนง นัดสอบคำให้การ และตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้ โดยจำเลยทั้งสอง “เจ๊จวง” และ “เจ๊เทียม” ได้เดินทางมาศาล และได้ยื่นคำให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จำเลยได้แถลงว่าเหตุในคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองซึ่งมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐจำนวนมาก จำเลยทั้งสองก็เป็นคนที่ติดตามข่าวสารการชุมนุม จึงได้นำป้ายที่มีข้อความสอดคล้องกับประเด็นข้อเรียกร้องของในการชุมนุมมาวางไว้ที่ร้านก๋วยเตี๊ยวของตน ซึ่งในภายหลังเมื่อจำเลยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีกลุ่มที่มีความเห็นทางการเมืองต่างจากจำเลยรู้สึกไม่สบายใจกับข้อความบนป้าย และได้มีการไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำเลยก็ได้ให้ความร่วมมือในการนำป้ายข้อความตามฟ้องออกจากร้านแต่โดยดี
ศาลอาญาพระโขนงจึงมีคำพิพากษาออกมาในวันเดียวกัน โดยพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง 3 ปี ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 3 ปี ให้คุมประพฤติ 1 ปี และต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งต่อปี