
ถ้าปล่อยไว้จะแก้ไม่ทัน! ศุภจี เผยทุเรียนปีนี้ผลผลิตออกมามาก ต้องการตลาดเชิงรุก
วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.50 น.
“ศุภจี”เผยทุเรียนปีนี้ผลผลิตออกมามาก ต้องการตลาดเชิงรุก ถ้าปล่อยไว้จะแก้ไม่ทัน แจง”พิมรี่พาย”ไลฟ์ขายลูกละ 100 เป็นเทคนิคโปรโมชัน ให้รอดูเงื่อนไข เชื่อตรงปก แต่ พณ.ไม่เกี่ยว ยันช่วยผลไม้อื่นทั้งหมด
28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพิมรี่พาย อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง จะไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ว่า มีคนให้ความสนใจมากก็ต้องขอบคุณ ซึ่งปีนี้ทุเรียนมีผลผลิตจำนวนมากถึง 33% ประมาณกว่า 2 ล้านตัน โดยในแง่ของการทำการตลาดต้องทำแบบเชิงรุก ถ้าผลผลิตเกินมาแล้วเราทำปลายเหตุ ก็จะมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญมาก ดังนั้น เราต้องดูให้ดี ทั้งปริมาณ อุปสงค์ อุปทาน และตลาด ซึ่งเราต้องดูแลการตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเราได้ส่งทีมจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปดำเนินการภายนอกอยู่แล้ว โดยมีการส่งออกไปยังประเทศจีนในหลายพื้นที่ และตั้งเป้าหมายว่าจะทำได้เต็มที่ ส่วนภายในประเทศ มีหลากหลายช่องทางการขาย ถ้ามีการจับมือกับโมเดิร์นเทรด กลุ่มที่ทำรูปแบบ Live Commerce และอินฟลูเอนเซอร์ก็จะช่วยกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
นางศุภจี กล่าวว่า มีการไปร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่จังหวัดจันทบุรี และได้ลงไปดูหน้าสวนก็ได้มีการเชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์ช่วยกันไลฟ์โปรโมทหน้าสวน ก็เป็นกำลังใจให้กับเกษตรกร ดังนั้น เรามีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์หลายคน และทุกคนได้รับการดูแลเหมือนกัน ไม่ได้มีการให้ราคาอะไรใดๆ เป็นพิเศษ เพราะเรื่องราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งคงมีคำถามกรณีที่พิมรี่พายจะไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ในวันเดียวกันนี้ก็เป็นเทคนิค ในการทำโปรโมชัน และที่มีความกังวลว่าอาจจะไม่ตรงปก ตนเชื่อว่าไม่น่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากกระแสแรงขนาดนี้ มีคนจับตามองมากมาย รวมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแล จึงเชื่อว่าพิมรี่พายไม่กล้าทำแบบนั้น ก็ต้องรอดูว่าจะมีเทคนิค เงื่อนไขอย่างไร
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ในมุมของราคาจากที่ตนพึ่งลงพื้นที่ไปที่สวนทุเรียนและที่ล้ง ราคาทุเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับปีนี้ ถึงแม้จะมีผลผลิตออกมาจำนวนมาก ซึ่งทุเรียนเกรดส่งออกอยู่ที่ 140 – 150 บาทต่อกิโลกรัม จึงขอเรียนว่า ทุเรียนมีหลายเกรด หลายสายพันธุ์ และหลายคุณภาพ ซึ่งช่วงเวลาผลผลิตแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันไป ดังนั้นเรารอดูโปรโมชันของพิมรี่พายก่อน ซึ่งต้องหาสินค้าที่ถูกต้อง และตรงตามที่ตกลงกับชาวสวน ตนขอให้ทุกคนช่วยกันซื้อทุเรียน ซึ่งมีคุณภาพและราคาดี และเราจะส่งเสริมกลไกการตลาด เปิดช่องทางใหม่ๆ
เมื่อถามว่า กรณีดราม่าที่ออกมา เพราะการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ดราม่าที่ออกมาตนเชื่อว่าเป็นเรื่องของพิมรี่พาย ในเรื่องของราคา 1 ลูก 100 บาท ซึ่งตรงนี้ก็ต้องรอดูว่าโปรโมชัน ที่มีเงื่อนไขต่างๆ มากมาย และเราไม่ได้เกี่ยวอยู่แล้ว กระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องคุณภาพและราคาทุเรียนทุกเกรด ยืนยันไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวง ซึ่งกระทรวงก็ดูแลทุกคน จริงๆ แล้วทุกคนช่วยกันก็ดี ถ้าทุกคนมาช่วยกันไลฟ์ หรือไปที่หน้าสวน เชื่อว่าจะยิ่งทำให้เกษตรกรมีกำลังใจ และอีกหน่อยเกษตรกรก็อาจจะไลฟ์ขายเอง
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีการศึกษา เนื่องจากกังวลว่าจะเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการ นางศุภจี กล่าวว่า เราทำแผนการตลาดล่วงหน้ามาอย่างน้อย 3 เดือน กลไกตลาดเป็นไปตามอุปสงค์ อุปทาน ถ้าเราการตลาดแบบเดิม แล้วมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ตอนที่ผลผลิตออกมามากมายทำไม่ทันแน่นอน เราจึงส่งคนไปยังตลาดต่างประเทศที่เรายังไม่เคยไปมาก่อน และทำการตลาดในส่วนที่คุณภาพรองลงมา อย่างไรก็ตามปีนี้อากาศร้อนจัดทำให้ทุเรียนลูกเล็กออกมาจำนวนมาก ซึ่งส่งออกไม่ได้ก็ต้องคิดถึงการแปรรูปด้วย โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท 90% คือผลสด ดังนั้น เรื่องราคาต้องดูให้ครบวงจร ไม่ใช่แค่ตลาดที่อยู่ปลายน้ำ ซึ่งช่องทางการขายด้วยกันไลฟ์ต้องตรงปก ก็ขอให้ช่วยรับประทานทุเรียนกันด้วย ซึ่งจากนี้อีกสองสัปดาห์จะออกมาจำนวนมาก
เมื่อถามว่า มีเสียงเรียกร้องอยากให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลผลไม้ชนิดอื่นที่มีราคาไม่สูงด้วย นางศุภจี กล่าวว่า แน่นอน แต่ผลผลิตยังไม่ออกมา อย่าพึ่งคิดว่าราคาสูงหรือไม่สูง ซึ่งเราก็ต้องดูแล ผลไม้แต่ละชนิดเรามีการทำปฏิทินในแต่ละช่วงเดือนว่าจะมีอะไรออกมา แต่ทุเรียนเป็นราชาผลไม้ ถ้าราคาดีตัวอื่นๆ ก็จะตามมา และยืนยันในส่วนของเงาะ มังคุด และอื่นๆ เราก็ดูแล เดี๋ยวจะมีคนถามเรื่องมะพร้าว มะม่วง ซึ่งทุกเรื่องก็ทำหมดเลย แต่ถ้าอยากคุยกันยาวๆ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังให้ ก็ขอขอบคุณที่คนสนใจเรื่องทุเรียนเป็นจำนวนมาก ช่วยกันเยอะๆ ชาวสวนจะได้ดีใจและต้องราคาดีด้วย