6 ไฮไลท์ห้ามพลาด WOC Bangkok 2026 เทศกาลกาแฟระดับโลกครั้งแรกในไทย

6 ไฮไลท์ห้ามพลาด WOC Bangkok 2026 เทศกาลกาแฟระดับโลกครั้งแรกในไทย

6 ไฮไลท์ห้ามพลาด WOC Bangkok 2026 เทศกาลกาแฟระดับโลกครั้งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.12 น.

World of Coffee Bangkok 2026 เทศกาลกาแฟระดับโลกที่ ปักหมุดกลางกรุงเทพฯ ถือเป็นประเทศที่ 3 หลังประสบความสำเร็จจากการจัดงานในเอเชียครั้งแรกที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ปี 2024 และกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ปี 2025 ตอกย้ำศักยภาพอุตสาหกรรมกาแฟไทยศูนย์กลางอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่โดดเด่นในช่วงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมเชื่อมตลาดสู่เวทีโลก ร่วมดื่มด่ำวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลกได้ตั้งแต่วันที่ 7-9 พฤษภาคม นี้ ณ ไบเทคบุรี (BITEC) 

WOC เวทีขับเคลื่อนมาตรฐานใหม่แห่งโลกกาแฟพิเศษ

World of Coffee (WOC) เป็นงานแสดงสินค้ากาแฟระดับโลกที่สำคัญสุดสำหรับอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ก่อตั้งโดยสมาคมกาแฟพิเศษ Specialty Coffee Association  (SCA) มาตั้งแต่ปี 1999 ปัจจุบันมีการจัด WOC ทั่วทุกทวีปในโลก ถือเป็นจุดนัดพบประจำปีของมืออาชีพในวงการ เพื่อเชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร โรงคั่ว ไปจนถึงบาริสต้าเข้าด้วยกัน ซึ่งงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเพื่อขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแจ้งเกิดของนวัตกรรมล้ำสมัยและมาตรฐานใหม่ในวงการ ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งบาริสต้าชิงแชมป์โลก โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคุณภาพกาแฟควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนและความเป็นธรรมให้กับทุกคนในห่วงโซ่กาแฟทั่วโลก

Mr. Kangmin Kim, Project Manager EXPORUM บริษัทผู้จัดงานอีเวนต์ระดับโลก ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดงาน WOC ในทวีปเอเชีย ร่วมกับ SCA กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมคาเฟ่ที่มีชีวิตชีวา และเป็นตลาดผู้บริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มีธุรกิจกาแฟที่ได้รับความนิยมสูงและมีเทศกาลกาแฟมากมายจัดขึ้นตลอดปี แต่สิ่งที่ทำให้งาน World of Coffee (WOC) แตกต่างและเป็นโอกาสทองที่ผู้ประกอบการ HORECA (กลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมการบริการอาหารและที่พัก) และผู้ประกอบการร้านกาแฟไม่ควรพลาด คือการเป็นศูนย์กลางที่พาบทสนทนาระดับโลก และผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมกาแฟจากทั่วโลกเข้ามาสู่ตลาดไทยโดยตรง

งาน WOC Bangkok จึงเป็นโอกาสที่จะได้พบปะกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและเข้าถึงนวัตกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์ล่าสุด (อาทิ เครื่องชง Espresso รุ่นใหม่, เครื่องบดความแม่นยำสูง, เครื่องคั่วอัจฉริยะ, หรือซอฟท์แวร์บริหารร้าน) จากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 600 บูท จาก 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้โมเดลธุรกิจใหม่ๆ และยกระดับคุณภาพการผลิตเพื่อพัฒนาธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นโอกาสทองของกลุ่ม B2C (Business-to-Customer) ในการกระทบไหล่บาริสต้าแชมป์โลก ซึ่งจะมาชงกาแฟจากเมล็ดพันธุ์ยอดเยี่ยมที่คัดสรรมาให้ทดลองชิมภายในงาน

นอกจากนี้ จะทำให้เมล็ดกาแฟไทยได้รับการชิมจาก Q-graders และผู้ซื้อที่ทรงอิทธิพลระดับโลก คาดว่าจะดึงดูดบริษัทกว่า 400 แห่งจาก 40 ประเทศ สร้างรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยวและการค้า อีกทั้งการยอมรับในฝีมือคนไทย โดยที่ผ่านมาไทยเคยส่งแชมป์ระดับประเทศไปคว้าทั้งตำแหน่งแชมป์โลก และ คว้าลำดับสูงๆ ในเวทีโลกมาแล้ว งานนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดบ้านต้อนรับชุมชนกาแฟจากทั่วโลก และยืนยันว่าไทยคือผู้นำกาแฟพิเศษระดับโลก

(ซ้าย)  กิจจา วงศ์วารี และ Mr. Kangmin Kim

โอกาสครั้งใหญ่ของธุรกิจกาแฟไทยเชื่อมสู่ตลาดเวทีโลก

นายกิจจา วงศ์วารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโรม่า กรุ๊ป ในฐานะผู้ประกอบการไทย มองว่า การมาเยือนของงานกาแฟระดับโลก WOC Bangkok ในปี 2026 เป็นโอกาสครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมกาแฟไทยทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งรายเล็กและรายใหญ่ เพราะงานนี้สะท้อนมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมกาแฟโลกที่จะเข้ามาปฏิวัติมุมมองและการทำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย Storytelling และนวัตกรรม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เกษตรกรต้นน้ำได้พบกับผู้ซื้อ และโรงคั่วระดับสากลโดยตรง ทำให้เกิดการเรียนรู้มาตรฐานการผลิตกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่ทั่วโลกต้องการ เพื่อยกระดับเมล็ดกาแฟไทยให้ข้ามขีดจำกัดจาก Local สู่ Global ได้ในอนาคต  นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการคั่วและการสกัดกาแฟที่ทันสมัยที่สุด รวมถึงเรียนรู้โมเดลธุรกิจคาเฟ่ยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ รวมถึงบาริสต้าเองก็มีโอกาสในการพัฒนาทักษะและเสริมความรู้จากกูรูตัวจริง ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจภายในงาน

 เปิดประสบการณ์ใหม่ในงาน World of Coffee Bangkok 2026 เทศกาลกาแฟระดับโลกที่รวมผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมกาแฟจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว พบกับผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 600 บูท จาก 40 แห่งทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของวงการกาแฟทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล

ห้ามพลาด! 6  ไฮไลท์น่าสนใจในงาน WOC Bangkok

 1. การแข่งขัน World Cup Tasters Championship (WCTC): การแข่งขันระดับโลกที่เป็นไฮไลท์ของงาน เป็นการทดสอบประสาทสัมผัสที่กดดันและรวดเร็ว / กติกา: แข่งแบบ “Triangulation” (สามถ้วย) โดยมีสองถ้วยที่เหมือนกัน และหนึ่งถ้วยที่ต่างออกไป ผู้แข่งต้องหาถ้วยที่ต่างให้เจอในเวลาที่สั้นที่สุด / ประวัติศาสตร์: บอส-ฉัตรเฉลิม เลิศเอนกวัฒนา คือแชมป์โลกชาวไทยคนแรก (ปี 2025) ในประวัติศาสตร์ และนี่คือครั้งแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งระดับโลกรายการนี้=https://readthecloud.com/boss-chatchalerm-lertanekwattana/  / ตัวแทนประเทศไทย: ปุณณภพ สุวรรณจิตร์ Senior Barista จากร้าน Bottomless Coffee Roasters  จะเป็นผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทยคนแรกที่ได้แข่งเวทีระดับโลกในบ้านเกิด

2. Producer Village: พื้นที่สำหรับนำเสนอศักยภาพของกาแฟพิเศษไทย โซนนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) และ The Cloud โดยรวบรวมเกษตรกรและผู้ผลิตกาแฟคุณภาพของไทยไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์กาแฟพิเศษไทยอย่างแท้จริง พร้อมเรียนรู้และเชื่อมต่อกับผู้คนเบื้องหลังกาแฟแต่ละแก้วอย่างใกล้ชิด

3. พบปะแชมป์โลกตัวจริง: ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟที่ยอดเยี่ยม กระจายตัวอยู่ในโซนต่าง ๆ ทั่วงาน ไม่ว่าจะเป็น ULT Coffee Roaster (Japan):โดย Boram Um, 2023 World Barista Champion, CATUR (Indonesia): โดย Mikael Jasin, 2024 World Barista Champion, Momos Coffee (South Korea): โดย Juyeon Jeon, 2019 World Barista Champion,m Homebody Union (Australia): โดย Anthony Douglas, 2022 World Barista Champion, Captain George (China): George Jinyang Peng, 2025 WBrC Champion

4.Roaster Village (หมู่บ้านโรงคั่ว): โซนสำคัญในงาน World of Coffee รวบรวมโรงคั่วที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทั่วโลก  พบผู้ผลิต: ผู้เยี่ยมชมสามารถชิมกาแฟ ฟังเรื่องราวจากคนคั่ว และซื้อเมล็ดกาแฟหายากได้โดยตรง / ความหลากหลาย: มีทั้งโรงคั่วชื่อดังของไทยและแบรนด์ดังระดับโลก มาให้ทำความรู้จักในพื้นที่เดียว เช่น GLITCH TOKYO จากประเทศญี่ปุ่น, MAME จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ EVERHĀOS Coffee Roasters แบรนด์กาแฟสาย Light Roast จากเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น ดูรายชื่อ Exhibitor ได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/roaster-village

5. โซนชิมและการเรียนรู้ Cupping Rooms: ห้องชิมกาแฟสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟและอยากชิมกาแฟจากแหล่งต่างๆ  ดูรายละเอียดตารางได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/cupping-rooms Brew Bar: บาร์กาแฟที่ชงโดยแชมป์โลกและผู้เชี่ยวชาญ ดูรายละเอียดตารางได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/brew-bars SCA Lecture Series: การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการและผู้ที่อยู่ในวงการกาแฟ พร้อมนำเสนอข้อมูลที่ลงมือทำได้จริง เพื่อให้ความรู้ และพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสในอุตสาหกรรม ดูรายละเอียดตารางได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/sca-lecture-series

6. นวัตกรรมใน Exhibition Floor: การเปิดตัวเทคโนโลยีล่าสุดจากบริษัทกว่า 600 บูท เช่น: เครื่องชง Espresso รุ่นใหม่และเครื่องบดความแม่นยำสูง ซอฟต์แวร์คั่วกาแฟระบบ AI และบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน นวัตกรรมเครื่องกรองน้ำที่ออกแบบมาเพื่อสภาพน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรเข้างานได้ที่ https://asia.worldofcoffee.org/

Leave a comment