
‘กรมการข้าว-กรมวิชาการเกษตร-อบก.’ร่วมผลักดัน’ปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ’ ตามมาตรฐาน T-VER เชื่อมโยงมาตรฐานคาร์บอนเครดิต
วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.10 น.
กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และ อบก.ร่วมกันผลักดัน “การปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ” ตามมาตรฐาน T-VER เพื่อเชื่อมโยงกับมาตรฐานคาร์บอนเครดิต เร่งกำหนดเกณฑ์รับชาวนาเข้าร่วมโครงการ ประเดิมพื้นที่นำร่อง 1 แสนไร่ เน้นศูนย์ข้าวชุมชน 316 แห่ง หวังให้เกิดเป็นรูปธรรมช่วงฤดูนาปีนี้
วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 ณ อาคารสำนักงานกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ประชุมหารือร่วมกันถึงแนวทางการดำเนินโครงการสนับสนุนการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ โดยกรมการข้าว มี นายกฤษฎิน คำตัน รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะ กรมวิชาการเกษตร มี นางสาวเชาวนาถ พฤทธิเทพ ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคเกษตร และคณะ เข้าร่วมประชุมด้วย

การประชุมร่วมกันในครั้งนี้ เป็นการหารือแนวทางการดำเนินโครงการสนับสนุนการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำของกรมการข้าว โดยเห็นชอบร่วมกันให้กรมการข้าวเร่งกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติของชาวนาที่จะเข้าร่วมโครงการ ขณะที่กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐเพียงแห่งเดียวจาก 18 หน่วยงาน ที่ อบก.ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ (Validation and Verification Body :VVB) และ อบก.จะเป็นหน่วยงานสอบทานความถูกต้องยึดมาตรฐาน Premium T-VER เพื่อให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตได้ โดยเบื้องต้นจะดำเนินการนำร่องในพื้นที่ 1 แสนไร่ จากเป้าหมายโครงการทั้งสิ้น 1 ล้านไร่ โดยมุ่งเน้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนเป็นหลัก ขณะนี้มีศูนย์ข้าวชุมชนที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการจำนวน 316 แห่ง ในพื้นที่ 22 จังหวัด เขตนาชลประทานภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซึ่งการดำเนินการกำหนดพื้นที่เป้าหมายจะไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการ Thai Rice GCF ภายใต้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ที่ได้ดำเนินการในเรื่องเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทั้ง 3 หน่วยงานจะได้ร่วมกันกำหนดวิธีการดำเนินงาน การลดต้นทุนการผลิต การลดปัจจัยการผลิต การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร การส่งเสริมการใช้วัสดุทางการเกษตรอื่นแทนการใช้สารเคมี ซึ่งจะช่วยให้ชาวนาประหยัดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าข้าว และเพิ่มรายได้มากขึ้น โดยคาดหวังว่าการดำเนินการในเรื่องหากมีความชัดเจนจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที เพราะขณะนี้กำลังจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูกข้าวนาปีแล้ว