ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”

ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน "สองกษัตริย์" หลังทรัมป์รับเสด็จ "คิงชาร์ลส์"

29 เม.ย. 2569 12:21 น.

ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”

ทำเนียบขาวเผยภาพโดนัลด์ ทรัมป์ และสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมคำบรรยาย “TWO KINGS” หรือ “สองกษัตริย์” สร้างกระแสถกเถียงเรื่องภาพลักษณ์เชิงราชาธิปไตย ขณะที่ทั้งสองฝ่ายร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการพร้อมบรรยากาศผ่อนคลายด้วยมุกตลก

บรรยากาศการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวสดุดีความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่าเป็น “การปฏิวัติแองโกล-อเมริกันเพื่อเสรีภาพของมนุษย์” ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือการที่โซเชียลมีเดียของทำเนียบขาว เผยแพร่ภาพขณะทรัมป์เช็กแฮนด์กับกษัตริย์ชาร์ลส์ พร้อมแคปชันว่า “TWO KINGS” (สองกษัตริย์) ซึ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ทรัมป์มักเปรียบตนเองกับระบอบกษัตริย์บ่อยครั้งในช่วงวาระที่สอง

อย่างไรก็ตาม การใช้ถ้อยคำดังกล่าวจุดกระแสวิจารณ์ เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีระบบการปกครองที่ประชาชนเป็นผู้ถืออำนาจอธิปไตย แตกต่างจากระบอบกษัตริย์

ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม 2025 ทรัมป์เคยโพสต์วิดีโอที่สร้างจาก AI เป็นภาพเขาสวมมงกุฎขับเครื่องบินรบเหนือนักประท้วงที่ต่อต้านรัฐบาล รวมถึงวิดีโอที่นักการเมืองพรรคเดโมแครตคุกเข่าต่อหน้าเขาในชุดคลุมและมงกุฎกษัตริย์ ทำให้ สส. โจ โมเรลล์ จากพรรคเดโมแครต ออกมาวิจารณ์ว่า “ทรัมป์อาจไม่เข้าใจความแตกต่างที่ว่า ในอเมริกาประชาชนคือผู้ทรงอำนาจอธิปไตย ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อหาพฤติกรรมเลียนแบบกษัตริย์ผ่านรายการ “60 Minutes” โดยกล่าวติดตลกหลังรอดชีวิตจากเหตุพยายามลอบสังหารเมื่อวันเสาร์ว่า “ผมไม่ใช่กษัตริย์หรอก เพราะถ้าผมเป็น ผมคงไม่ต้องมานั่งคุยกับคุณแบบนี้”

ในงานเลี้ยงช่วงค่ำ ทั้งสองผู้นำได้สลับกันกล่าวสุนทรพจน์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและย้อนรอยประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างสองชาติ โดยทรัมป์กล่าวชมกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ทรงกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสว่า “ท่านเก่งมากที่ทำให้พวกเดโมแครตยอมลุกขึ้นยืนปรบมือให้ได้ ซึ่งผมทำแบบนั้นไม่ได้เลย”

กษัตริย์ชาร์ลส์ยังทรงเรียกเสียงหัวเราะด้วยการตรัสถึงเหตุการณ์ปี 1814 ที่กองทัพอังกฤษเคยเผาทำเนียบขาว โดยระบุว่า “ต้องขออภัยที่บรรพบุรุษชาวอังกฤษของข้าพเจ้าเคยพยายาม ‘ปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์’ ที่ทำเนียบขาวแห่งนี้แบบรุนแรงไปนิด”

นอกจากนั้น หลังจากทรัมป์เคยกล่าวว่าถ้าไม่มีอเมริกา ยุโรปคงพูดภาษาเยอรมันไปแล้ว กษัตริย์ชาร์ลส์ทรงตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “ข้าพเจ้าขอกล่าวบ้างว่า ถ้าไม่มีพวกเรา (อังกฤษ) ป่านนี้ท่านก็คงพูดภาษาฝรั่งเศสไปแล้วเหมือนกัน!”

ในตอนท้าย กษัตริย์ชาร์ลส์ทรงขอบคุณสำหรับอาหารค่ำมื้อสุดพิเศษ และตรัสติดตลกว่า “นี่เป็นการพัฒนาขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์บอสตันทีปาร์ตี้” หรือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่กลุ่มกบฏอเมริกันเทใบชาอังกฤษทิ้งลงทะเล

แม้บรรยากาศจะเต็มไปด้วยมุกตลก แต่กษัตริย์ชาร์ลส์ทรงเน้นย้ำถึงหลักการปกครองที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยอ้างถึง “กฎบัตรแมกนา คาร์ตา” (Magna Carta) และร่างกฎหมายสิทธิ (Bill of Rights) เพื่อยืนยันว่า “อำนาจบริหารต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบและถ่วงดุล” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่ทั้งสองชาติยึดถือมาอย่างยาวนาน.

ที่มา Reuters / BBC

Leave a comment