
ก.ตร.ไฟเขียว! ปรับเกณฑ์ประเมินสายสืบสวน ดันแต่งตั้งตำรวจหญิงนอกวาระ
วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.35 น.
30 เมษายน 2569 พล.ต.ท.ชัยต์พจน์ สุวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2569 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีทั้งวาระเพื่อทราบและวาระเพื่อพิจารณา โดยในส่วนของวาระเพื่อทราบ เป็นการรายงานผลการดำเนินงานตามปกติของคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ในด้านต่างๆ อาทิ งานด้านวินัย การบริหารทรัพยากรบุคคล และการพิจารณาข้อกฎหมาย ซึ่งดำเนินการแทน ก.ตร.ตามกรอบอำนาจหน้าที่ และนำเสนอให้ที่ประชุมรับทราบตามวงรอบ
ส่วนวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถของข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนและสอบสวน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2569
ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นผลมาจากการลงพื้นที่ของคณะทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างสายงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งพบข้อจำกัดและปัญหาในการปฏิบัติจริง จึงได้นำมาปรับแก้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานในสายงานดังกล่าวอย่างแท้จริง ได้รับสิทธิและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี โดยเฉพาะในกลุ่มตำรวจหญิงสายงานป้องกันและปราบปราม ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความจำเป็นต้องเสริมกำลังในหลายหน่วยงานสำคัญ อาทิ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า การแต่งตั้งนอกวาระครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและแผนการดำเนินงานที่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปีงบประมาณ 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังพลตำรวจหญิง โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุและผ่านการฝึกอบรมเรียบร้อยแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ในสายงานป้องกันและปราบปรามได้อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ กำลังพลตำรวจหญิงดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง โดยเฉพาะงานถวายความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การดูแลแขกต่างประเทศ และภารกิจในพระราชพิธีต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่ผ่านการฝึกเฉพาะทาง และมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์สำคัญระดับประเทศ
พล.ต.ท.ชัยต์พจน์ กล่าวย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกำลังพล และรองรับภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอนาคต ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมและขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทต่อไป