ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ

ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ

ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

ประธานกรรมการบริหารศุภนิมิตสากล (World Vision International) เยี่ยมชมภารกิจของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ตอกย้ำหัวใจสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน คือการลงทุนในเด็กเปราะบาง โดยชี้ว่าเงินทุกบาทที่ลงทุนกับเด็กสามารถสร้างมูลค่ากลับคืนสู่เศรษฐกิจและสังคมได้มหาศาล พร้อมทั้งชื่นชมประเทศไทยที่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการดูแลเด็กไร้สัญชาติ

มร.แอนดริว มอร์ลีย์ ประธานกรรมการบริหารศุภนิมิตสากล เปิดเผยระหว่างการเยือนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่า การลงทุนกับเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกสังคม โดยผลการศึกษาจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา ยืนยันตรงกันว่า การลงทุนสร้างรากฐานด้านสุขภาพและการศึกษาให้แก่เด็ก จะส่งผลดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเงินที่ลงทุนไปสามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคมได้ไม่น้อยกว่า 6 เท่าตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา ข้อเท็จจริงนี้ยิ่งทวีความสำคัญ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทั้งโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงวัย เมื่ออัตราการเกิดใหม่ลดลง เด็กทุกคนจึงกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ซึ่งเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

“หลังสถานการณ์โควิด-19 ความเหลื่อมล้ำทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และเด็กคือกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่ม เด็กเปราะบางที่สุด ซึ่งในบริบทของประเทศไทยหมายถึง เด็กอพยพ เด็กไร้สัญชาติ หรือเด็กที่ขาดโอกาสตั้งแต่แรกเกิด สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่คือคุณภาพชีวิตที่ถดถอยลง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่พบในเกือบทุกประเทศที่ศุภนิมิตฯ เข้าไปทำงาน โดยจำนวนเด็กเปราะบางที่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจากประสบการณ์พบว่า เด็กเปราะบางไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ขาดโอกาส หากได้รับการลงทุนและสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาจะเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพและมีบทบาทเชิงบวก เด็กจำนวนมากมีความเป็นผู้ประกอบการสูง เพราะต้องเรียนรู้การเอาตัวรอดตั้งแต่อายุยังน้อย หากได้รับเครื่องมือและโอกาสที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างอาชีพ พัฒนาธุรกิจ และเป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต ตัวอย่างเช่น เด็กและเยาวชนในพื้นที่โครงการพัฒนาของศุภนิมิตฯ ได้นำขวดน้ำและขยะพลาสติกมารีไซเคิล แปรรูปเป็นของใช้ เปลี่ยนสิ่งที่สังคมมองว่าเป็นขยะให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ภาพเหล่านี้ย้ำให้เห็นว่า เมื่อเด็กได้รับโอกาส พวกเขาสามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง”

นอกจากปัจจัยพื้นฐานอย่างอาหารและน้ำสะอาดแล้ว มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังให้ความสำคัญกับ โครงการอุปการะเด็ก ซึ่งเป็นกลไกสร้างความยั่งยืนและความสัมพันธ์ระยะยาว มร.แอนดริว กล่าวว่า สิ่งที่เด็กต้องการมากที่สุดคือความรู้สึกว่ามีใครบางคนที่ใส่ใจ รับฟังเรื่องราว ให้กำลังใจ และสื่อสารกับพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ พลังแห่งความรักนี้สามารถเยียวยาบาดแผลทางใจ ทำให้เด็กที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย หรือเติบโตมาในโลกที่รู้สึกว่าไม่มีใครมองเห็น กลับมาหัวเราะและเล่นได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

“การคุ้มครองเด็กไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน การมีกลไกที่ชัดเจนเพื่อให้เด็กและชุมชนสามารถส่งเสียงเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งจำเป็น ผมขอขอบคุณประชาชนชาวไทยและรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุน โดยไม่แบ่งแยกว่าเด็กเหล่านั้นมาจากที่ใดหรือมีวัฒนธรรมแตกต่างกันเพียงใด เพราะเด็กทุกคนสมควรได้รับวัยเด็กที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และเต็มไปด้วยความหวัง ซึ่งทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะผ่านการอุปการะเด็กหรือการสนับสนุนในรูปแบบอื่น ๆ เพราะทุกการมีส่วนร่วมล้วนมีความหมายและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้” มร.แอนดริวกล่าวสรุป

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยยึดหลักการดำเนินงานโดยมีเด็กเป็นศูนย์กลาง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนผ่านการดูแลสุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครองเด็กในพื้นที่เปราะบางทั่วประเทศ โดย โครงการอุปการะเด็ก ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ส่งผลต่อหัวใจและคุณภาพชีวิตของเด็กอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการบอกเด็กว่า พวกเขามีคุณค่าและไม่ได้อยู่เพียงลำพัง จากประสบการณ์และงานวิจัยพบว่า เด็กที่อยู่ในโครงการอุปการะเด็กมีแนวโน้มเติบโตและประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าอย่างชัดเจน

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปาฏิหาริย์แห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้มั่นใจว่า เด็กๆ ทุกคนในพื้นที่ยากไร้จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน สนับสนุนกิจกรรมเพื่อเด็ก ได้ที่ https://give.worldvision.or.th/d1oTdG หรือโทร. 02 022 9200 ติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพิ่มเติมได้ที่  FB: https://www.facebook.com/worldvisionthailand IG: https://www.instagram.com/worldvision_thailand Youtube: https://www.youtube.com/@worldvisionthailand-wvft และ X: https://twitter.com/WorldVisionTH

Leave a comment