สสส.เปิดผลศึกษา พบไมโครพลาสติกในร่างกายคนไทยกว่า 80% เสี่ยง ‘มะเร็ง-พัฒนาการทางระบบประสาทในเด็ก’

สสส.เปิดผลศึกษา พบไมโครพลาสติกในร่างกายคนไทยกว่า 80% เสี่ยง 'มะเร็ง-พัฒนาการทางระบบประสาทในเด็ก'

สสส.เปิดผลศึกษา พบไมโครพลาสติกในร่างกายคนไทยกว่า 80% เสี่ยง ‘มะเร็ง-พัฒนาการทางระบบประสาทในเด็ก’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.10 น.

สะพรึง!!สสส. และภาคีนักวิจัยเปิดผลศึกษา พบไมโครพลาสติกในร่างกายคนไทยจากปัสสาวะและอุจจาระคนไทยกว่า 80% ชี้แหล่งสำคัญมาจากน้ำดื่มบรรจุขวดและอาหารทะเล+ขณะที่ระบบจัดการขยะล้มเหลวตั้งแต่ต้นทาง นักวิชาการเร่งผลักดันสู่นโยบายระดับชาติก่อนสายเกินแก้

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมสถาบันอุดมศึกษาสิ่งแวดล้อมไทย (สอสท.) และภาคีเครือข่ายนักวิจัย จัดเสวนาวิชาการเปิดเผยผลการศึกษาสถานการณ์ไมโครพลาสติกในพื้นที่จริงของประเทศไทย พบพลาสติกในร่างกายคนไทยแล้ว

รศ.ดร.อุมา ลางคุลเสน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการตรวจของเสียจากร่างกายกลุ่มตัวอย่าง ว่าพบพลาสติกในร่างกายคนไทยแล้วมากกว่า 80% โดยพบในปัสสาวะเฉลี่ย 3.24 ชิ้นต่อ 100 มิลลิลิตร และในอุจจาระเฉลี่ย 3.6 ชิ้นต่อ 20 กรัม สะท้อนว่าการรับพลาสติกเข้าสู่ร่างกายเกิดขึ้นแล้วในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงในอนาคต

ที่น่ากังวลคือปัจจุบันยังไม่มีค่ามาตรฐานความปลอดภัยของไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากความหลากหลายของชนิดพลาสติกและสารเคมีปนเปื้อน ซึ่งนักวิจัยระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งและพัฒนาการทางระบบประสาทในเด็ก

“แหล่งที่มาของการปนเปื้อนเชื่อมโยงกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันโดยตรง คือน้ำดื่มบรรจุขวดแบบถ้วยนั้น พบไมโครพลาสติกสูงสุดถึง 382 ชิ้นต่อลิตร และขวดแบบ PET พบสูงสุด 331 ชิ้นต่อลิตร นอกจากนี้ยังพบในน้ำแข็งเฉลี่ย 63 ชิ้นต่อ 150 มิลลิลิตร และในปลาทูไทยเฉลี่ยสูงถึง 78 ชิ้นต่อตัว

ด้าน รศ.ดร.รัฐชา ชัยชนะ หัวหน้าโครงการวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่าการปนเปื้อนยังพบในน้ำทะเล ดินตะกอน เกลือบริโภค รวมถึงสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด ทั้งกุ้ง หอยแครง และปลากะพง โดยทีมวิจัยใช้เทคนิคตรวจวัดด้วยตาข่ายขนาด 50 ไมโครเมตร ซึ่งพบไมโครพลาสติกได้มากกว่าวิธีมาตรฐานถึง 42 เท่า สะท้อนว่าสถานการณ์จริงรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้มาก นอกจากนี้ยังพบว่าความหนาแน่นของไมโครพลาสติกในน้ำจะเพิ่มสูงในฤดูฝน ขณะที่ในสัตว์น้ำบางชนิดจะพบสูงสุดในช่วงฤดูแล้ง

ขณะที่ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า ขณะนี้ระบบจัดการขยะคือรากของปัญหา ดังนั้น สสส. มุ่งเน้นแนวคิด “ป้องกันก่อนเกิดโรค” โดยสนับ สนุนการสร้างองค์ความรู้และผลักดันให้เกิดกลไกทางกฎหมายและนโยบายที่ลดการสัมผัสไมโครพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง พัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของเด็กเล็ก รวมถึงบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ชี้ว่าต้นตอของปัญหาอยู่ที่ระบบจัดการขยะที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยสูงถึง 27.2 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ย 1.2 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน แต่ขาดการคัดแยกตั้งแต่ต้นทางที่เข้มงวด ทำให้ขยะพลาสติกหลุดรอดลงสู่สิ่งแวดล้อม แตกตัวเป็นไมโครพลาสติก และย้อนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารในที่สุด

ด้าน ผศ.ดร.สตรีไทย พุ่มไม้ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า แม้ประชาชนจะใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันอย่างมหาศาล แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงแหล่งกำเนิดหรือตระหนักถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับการบริโภค สะท้อนช่องว่างด้านความรู้ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในระยะยาว

วิกฤตที่ลามไกลกว่าสิ่งแวดล้อม ซึ่งผล กระทบจากปัญหานี้ไม่หยุดอยู่แค่ระบบนิเวศ เมื่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจปนเปื้อนไมโครพลาสติก ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคย่อมสั่นคลอน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและรายได้ของชาวประมงพื้นบ้าน

“ขณะที่การสะสมของอนุภาคพลาสติกในร่างกายมนุษย์อย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นตัวเร่งของปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ซึ่งท้ายที่สุดจะกลายเป็นภาระด้านสาธารณสุขที่ประเทศต้องแบกรับในระยะยาว

ปัจจุบันพบไมโครพลาสติกทั้งในสิ่งแวดล้อมและในร่างกายมนุษย์แล้ว โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว และระบบจัดการขยะของไทยยังไม่สามารถสกัดกั้นได้ตั้งแต่ต้นทาง นักวิชาการและภาคีเครือข่ายจึงเร่งผลักดันให้ผลการวิจัยครั้งนี้กลายเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง ก่อนที่ปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านี้จะสะสมจนสายเกินแก้”ผศ.ดร.สตรีไทย กล่าว

Leave a comment