อภิสิทธิ์ กระทุ้งหนัก! นายกฯ-ครม.เบี้ยวตอบกระทู้ – บี้ โสภณ ทำตามข้อบังคับ

อภิสิทธิ์ กระทุ้งหนัก! นายกฯ-ครม.เบี้ยวตอบกระทู้ - บี้ โสภณ ทำตามข้อบังคับ

อภิสิทธิ์ กระทุ้งหนัก! นายกฯ-ครม.เบี้ยวตอบกระทู้ – บี้ โสภณ ทำตามข้อบังคับ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.57 น.

“อภิสิทธิ์”กระทุ้งหนัก “นายกฯ-ครม.”เบี้ยวตอบกระทู้ – บี้”โสภณ”ทำตามข้อบังคับ ต้องแจ้งเหตุเป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษร เหน็บถ้าอย่างนั้นก็ส่งเสริมให้หนีสภาฯ ไปเรื่อยๆ ด้าน”ปธ.สภาฯ”เผยจ่อแก้ข้อบังคับ หลังพบ สส.ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ คำวินิจฉัยของประธานมีปัญหา

30 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.09 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังจบการพิจารณากระทู้ถามสดของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรื่องน้ำมัน ซึ่งนายกฯ มอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ในฐานะรมว.คมนาคม มาชี้แจง แต่นายพิพัฒน์ ไม่สามารถมาตอบแทนได้ จึงได้มอบหมาย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม มาตอบกระทู้ถามดังกล่าวแทน ซึ่งนายณัฐพงษ์ ได้ฝากประเด็นคำถามเจาะจงไปที่นายกฯ หรือรมว.คมนาคม ให้มาตอบชี้แจงในการประชุมฯ คราวหน้าด้วยตัวเอง กรณีการกักตุนน้ำมัน เชื่อมโยงกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ และเสี่ย ต. เพื่อนของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะจัดการอย่างไร หรือจะเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เพราะเป็นหัวจ่ายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

ทำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงประธานฯ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยและซ้ำซาก ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 151 เจตนาชัดเจนต้องการให้นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องมาตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ให้แจ้งต่อประธานสภาฯเป็นหนังสือก่อนหรือในวันการประชุมสภาฯ และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ดังนั้นต่อไปถ้านายกฯ หรือรัฐมนตรีบอกว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ประธานฯจะแจ้งที่ประชุมได้หรือไม่ว่าเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้คืออะไร

“สภาฯ จะได้ทราบว่า ท่านไปเปิดงานสำคัญกว่าการมาตอบกระทู้ตรงนี้จริงหรือไม่ หรือท่านประชุมซึ่งความจริงจะเลื่อนก็ได้แล้วไม่มาตอบกระทู้ ประธานฯควรวินิจฉัยด้วยซ้ำว่าเหตุที่แจ้งมาเข้าข่ายความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ และหากแจ้งเพียงว่ามีนัดหมายไว้ก่อน ประธานควรแจ้งที่ประชุมฯด้วยว่า นัดหมายอะไร เมื่อไหร่ มีหลักฐานหรือไม่ สภาฯจะได้ศักดิ์สิทธิ์ อย่างน้อยหากประธานฯ ไม่สามารถทัดทานได้ สังคมจะได้รับรู้ ว่ามันเป็นจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ทำให้ นายโสภณ วินิจฉัยยืนยันว่า ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ 151 เขียนไว้ชัดเจน ว่ามอบหมายได้ ประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในกระทู้ถามสด ประเด็นที่นายอภิสิทธิ์หยิบยกขึ้นมาคือกระทู้ทั่วไป มันมีเวลาที่เลื่อนไปตอบวันอื่น ฉะนั้น หากจะให้ตนปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ

นายอภิสิทธิ์ จึงชี้แจงว่า ข้อบังคับถ้าจะบอกกันว่าให้ปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษร แต่ไม่มีการตรวจสอบ มันก็เหมือนไม่มีข้อบังคับ ต่อให้แก้ข้อบังคับก็ไม่มีประโยชน์ ตนพยายามหาทางออก จะได้ไม่ต้องมาเถียงเรื่องแบบนี้ทุกสัปดาห์ ตนแค่เรียกร้องว่าอย่างน้อยที่สุดโปร่งใสหน่อย เหตุผลคืออะไร มีหลักฐานหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเราก็ส่งเสริมให้นายกฯ กับรัฐมนตรีหนีสภาฯ ไปเรื่อยๆ

นายโสภณ จึงกล่าวว่า ตนประสานเลขาธิการสภาฯ ให้ประสานและหารือพรรคการเมืองเพื่อปรับปรุงข้อบังคับที่ไม่สามารถทำได้และเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ปฏิบัติงานของสภาฯ ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าข้อบังคับที่เขียนไว้ สส.ไม่ได้ปฏิบัติตรงตามข้อบังคับ จึงเป็นเหตุให้การวินิจฉัยของประธานมีปัญหา อย่างไรก็ดี ตนเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ที่ข้อบังคับต้องชัดเจน

ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ลุกขึ้นชี้แจงว่า วันนี้ไม่ได้มีใครทำผิดข้อบังคับ ไม่มีอะไรผิดการปฏิบัติของสภาฯ ตั้งแต่เปิดสภาฯมาท่านเห็นรัฐมนตรีหนีสภาฯหรือไม่ เราพยายามจะทำให้กระบวนการตรวจสอบและการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติมันทำได้ ตนขอฝากไปยังฝ่ายค้านว่า สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปขอให้ระบุล่วงหน้าหน่อยว่าจะถามกระทู้เรื่องอะไร ไม่จำเป็นต้องบอกว่าจะถามอะไร เพื่อจะได้ประสานงานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบชี้แจง กระบวนการนิติบัญญัติของเราจะได้ประโยชน์ไปยังประชาชน

ส่วน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือสนับสนุนนายอภิสิทธิ์กรณีที่รัฐมนตรีต้องมีหนังสือแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่มาตอบกระทู้ได้ โดยย้ำว่ากรณีที่นายกฯ หรือนายพิพัฒน์ มอบหมายให้นายสิริพงศ์ มาตอบต้องมีหนังสือต่อประธานสภาฯ และบอกถึงเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจขอให้เปิดเผย อย่าไปทำหนังสือหรือทำนัดขึ้นมาย้อนหลัง เพื่อไม่ให้สภาฯ กังขาว่าเหตุที่นายกฯ หรือนายพิพัฒน์ไม่สามารถตอบกระทู้ได้เป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงได้หรือไม่

นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่ประธานวิปรัฐบาลขอความร่วมมือให้แจ้งก่อนล่วงหน้าก่อนวันประชุมฯว่าจะถามกระทู้สดรัฐมนตรีคนใด แต่การตั้งถามกระทู้สดเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน และเป็นประเด็นที่สืบเนื่องจากการประชุมครม.ทุกวันอังคาร ดังนั้น จะให้รู้ว่าถามเรื่องใด ก่อนมติ ครม.เป็นไปได้ยาก แต่เพื่ออำนวยความสะดวกกับประธานวิปรัฐบาล ขอแจ้งการถามกระทู้สดในสัปดาห์หน้า ว่าจะถามนายกฯ ซึ่งแจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ประธานวิปรัฐบาลสามารถประสานงานได้ และตนจะรอดูว่านายกฯมาตอบกระทู้สดต่อสภาหรือใช้คติว่า ถ้าว่างแล้วจะมาตอบต่อสภาฯ ซึ่งผิดข้อบังคับการประชุมสภาฯ ในสภาฯ ที่นายกฯ เป็นสมาชิก

ในตอนท้าย นายโสภณ ชี้แจงว่า กระทู้สดที่ผ่านมา ประธานได้มอบให้รองประธานสภาฯ พิจารณาเป็นไปตามข้อบังคับ ส่วนกระทู้ใดสดหรือไม่ หรือใครตอบ ตนไม่ทราบ เป็นแนวปฏิบัติตลอด การคาดคั้นเอาเป็นเอาตาย บอกว่าตนผิดข้อบังคับไม่ถูก ขณะที่การประสานงานของวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้เป็นเรื่องที่ตกลงกัน ประธานมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย ส่วนหนังสือไม่ใช่จะเอาเวลานี้

Leave a comment