“ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”

"ทรัมป์" ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก "ประพฤติตัวไม่ดี'"

3 พ.ค. 2569 10:03 น.

“ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุได้รับทราบแนวคิดข้อตกลงจากฝั่งอิหร่านแล้ว แต่ยังสงสัยในเนื้อหา พร้อมเตือนว่าทางเลือกในการใช้กำลังทหารยังคงอยู่ หากอิหร่านทำผิดข้อตกลง ขณะที่อิหร่านยื่นข้อเสนอ 14 ประการ มุ่งเป้าเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการยกเลิกปิดล้อมทางทะเล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานเกี่ยวกับแนวคิดของข้อตกลงฉบับใหม่กับอิหร่านแล้ว แต่กำลังรอพิจารณารายละเอียดของตัวอักษรอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้งหากรัฐบาลอิหร่าน “ประพฤติตัวไม่ดี”

ก่อนการเดินทางไปยังเมืองไมอามี ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่านว่า “พวกเขารายงานแนวคิดของดีลนี้ให้ผมทราบแล้ว และพวกเขากำลังจะส่งร่างเนื้อหาที่ชัดเจนมาให้ผมตอนนี้” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตนในเวลาต่อมาว่า เขาไม่คิดว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการยอมรับ และมองว่าอิหร่านยังชดใช้ไม่เพียงพอต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไป

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาใช้กำลังทหารโจมตีอิหร่าน ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่อยากพูดแบบนั้นกับนักข่าวหรอกนะ แต่ถ้าพวกเขาทำตัวไม่ดี หรือทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราจะได้เห็นกัน แต่มันมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า รัฐบาลเตหะรานได้ยื่นข้อเสนอ 14 ข้อ ซึ่งรวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการปิดล้อมทางทะเลจากฝั่งสหรัฐฯ โดยเสนอให้แยกประเด็นการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ไว้หารือในภายหลัง เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำข้อตกลงในระยะแรก

ข้อเสนอของอิหร่านประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ เช่น การถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่รอบอิหร่าน, การยกเลิกมาตรการปิดล้อมและคว่ำบาตรทั้งหมด, การคืนทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ พร้อมจ่ายค่าชดเชย, การยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน และการจัดตั้งกลไกควบคุมใหม่สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ

ปัจจุบัน สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ระงับแคมเปญการทิ้งระเบิดใส่พื้นทีอิหร่านมาเป็นเวลา 4 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณของข้อตกลงถาวร ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อได้กลายเป็นการหยุดชะงักด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เนื่องจากอิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซถึง 20% ของโลกมานานกว่า 2 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันกังวลว่าคะแนนนิยมจะลดลงจากภาระค่าครองชีพของประชาชน

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยืนกรานหนักแน่นว่า จะไม่มีการยุติสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันคน หากไม่มีข้อตกลงที่รับประกันได้อย่างถาวรว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่ทรัมป์ระบุไว้ตั้งแต่เริ่มเปิดฉากโจมตีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในขณะที่อิหร่านยังคงปฏิเสธและยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพเท่านั้น.

ที่มา Reuters

Leave a comment