นิกร หนุนดัน แลนด์บริดจ์ เต็มสูบ ชี้กุญแจสำคัญปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

นิกร หนุนดัน แลนด์บริดจ์ เต็มสูบ ชี้กุญแจสำคัญปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

นิกร หนุนดัน แลนด์บริดจ์ เต็มสูบ ชี้กุญแจสำคัญปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.39 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  แสดงความเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ในฐานะที่ผมเป็นคนใต้และเฝ้าติดตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของเรามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณเมื่อปี 2531 ซึ่งมีความคิดเห็นที่ดีด้านการต่างประเทศต่อโอกาสของไทย และชาวใต้ ผมขอแชร์มุมมองต่อโครงการ Land Bridge   ระนอง-ชุมพร เพื่อให้ได้เห็นถึงโอกาสครั้งสำคัญของภาคใต้เราครับ

ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง- ชุมพร ให้เกิดขึ้นจริงครับ เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกภาคใต้จากการถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนเราให้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกอย่างแท้จริง โดยต้องเน้นการเชื่อมโยงด้วย “ระบบท่อส่งน้ำมัน” และ “รถไฟรางคู่” เป็นแกนหลัก

ผมถึงเห็นว่าจะต้องทำตอนนี้ โดยเหตุผลหลักคือเรื่อง “ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” ครับ ปัจจุบันโลกมีความผันผวนสูงมาก ดูอย่างวิกฤตที่ช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ลุกลามมาถึงช่องแคบมะละกาที่ปัจจุบันรองรับการค้าโลกถึง 40% หรือแม้ไม่เกิดขึ้นช่องแคบมะละกาก็กำลังจะเต็มความจุในปี 2573 เศรษฐกิจเราจะลำบากมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านจากจีน อินเดีย ลาว และเมียนมา ให้ไหลผ่านภาคใต้ของเรา

จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มาหลายคณะแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือบทเรียนจากในอดีต ผมเคยร่วมศึกษาโครงการขุดคอคอดกระอย่างละเอียดและพบว่าทำไม่ได้เพราะไม่คุ้มทุนและกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล แต่โครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบใหม่นี้ต่างออกไปครับ จากที่ผมไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเองในฐานะกรรมาธิการคมนาคมของสภาชุดที่ 25 และได้เคยไปดูงานที่ท่าเรือ จ.ระนอง เมื่อเดือนมกราคม 2564 ผมเห็นว่าการเลือกที่ตั้งท่าเรือฝั่งระนองที่ “แหลมอ่าวอ่าง” ซึ่งมีความลึกน้ำถึง 21 เมตร และอยู่ติดทะเลเปิด ไม่ต้องขุดเข้าไปในแผ่นดินลึกเหมือนที่เดิม จะช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เราหวงแหนได้มาก คุ้มค่ากับการลงทุนซึ่งจะจูงใจนักลงทุนระดับโลกได้จริง

บทสรุปของคนใต้เพื่ออนาคตประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้คือการสืบสานวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลด้านการต่างประเทศของท่านอดีตนายกฯ ชาติชาย มองเห็นว่าภาคใต้เป็นทำเลทองที่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ และเกรงว่าประเทศเรานั้นสุ่มเสี่ยงอยู่เช่นกันจากหากเกิดปัญหาการออกจากอ่าวไทยที่ต้องผ่านพื้นที่ซ้อนทับทางทะเลทั้งกับ เขมรที่กำลังมีปัญหากันอยู่ ทั้งเวียตนามและมาเลเซียก็มีพื้นที่ทับซ้อนกัน จำที่จะต้องหาทางออกอีกฝั่งทะเลตะวันออกไว้ไว้  เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นจากสงครามและผลกระทบต่อการเดินเรือที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดัน ซึ่งหากเราทำสำเร็จ โครงการนี้จะสร้างงานได้อย่างมากมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานชาวใต้ให้ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยน “ทำเลทอง” ของเราให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศเสียที

Leave a comment