
คำขอโทษซ้ำซากพรรคส้ม ความรับผิดชอบสูง หรือไร้วุฒิภาวะ
วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.34 น.
และแล้วพรรคการเมือง ที่ขายความเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ทำการเมืองแบบใหม่ ก็ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษอีกครั้ง อย่างเป็นทางการ อันเนื่องมาจากการอภิปราย ของ สส.ของพรรค ไปกระทบความรู้สึกของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศ
“ พรรคประชาชน ยืนยันว่า การใช้คำพูดในลักษณะเหมารวมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ผิดต่อแนวทางและคุณค่าของพรรค แม้เจตนารมณ์ของการอภิปรายจะมีความตั้งใจที่จะชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา ที่อาจมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองบางกลุ่มเข้าไปพัวพันกับขบวนการเหล่านี้ แต่การสื่อสารที่ขาดความระมัดระวังและเกินความพอดีจนกลายเป็นการเหมารวม ถือเป็นการบั่นทอนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยและไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ”
ข้อความข้างต้น เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 ที่พรรคประชาชนออกมาขอโทษ กรณี นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.ของพรรค อภิปรายในสภา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 69 เสนอให้มีการ “ตรวจฉี่” กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อหาสารเสพติด รวมถึงการกล่าวถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านแบบเหมารวม ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ จนประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายยงยศ แก้วเขียว ต้องออกแถลงตอบโต้
หากย้อนเวลาไปในอดีต จะพบว่า พรรคการเมืองที่ประกาศตนเป็นฝ่ายก้าวหน้า แตกต่างจากพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม มีเหตุการณ์ ที่เกิดจากการกระทำของสมาชิกพรรค ในระดับต่างๆ รวมถึงท่าทีของพรรค ที่เกิดความผิดพลาด ทั้งทางกฎหมาย ทางจริยธรรมและขัดต่อความรู้สึกของประชาชน จนต้องมีการออกมาขอโทษอยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ มาเป็นพรรคก้าวไกล และล่าสุดกลายร่างมาเป็นพรรคประชาชน
ที่สำคัญๆ มีดังต่อไปนี้
กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สมัคร สส. ถูกศาลฎีกาพิพากษษจำคุก 2ปี8เดือน คดีข่มขืน
นายศรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ออกมาขอโทษและบอกว่าต้องทบทวนกระบวนการสรรหา
มีนาคม 2569 ข้อมูลสมาชิกพรรคหลุด
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ออกมายอมรับว่า “ระบบยังไม่รัดกุมพอ”
ธันวาคม 2568 : ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. พัวพันคดียาเสพติด/ฟอกเงิน
เหตุการณ์ : นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) หัวหน้าพรรค แถลงขอโทษชาวบางพลัดและประชาชนที่คัดกรองคนไม่ดีพอ พร้อมย้ำจุดยืน “มีเราไม่มีเทา”
ธันวาคม 2568 : ขอโทษปมแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ
เหตุการณ์ : การผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่สำเร็จตามที่รับปากไว้กับผู้สนับสนุน
การขอโทษ : พรรคจัดกิจกรรม “ปิกนิกขอโทษจากใจ” โดยมีอดีตหัวหน้าพรรคทั้ง 3 ยุค (ธนาธร, พิธา, ชัยธวัช) มาร่วมขอโทษที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ
2. ยุคพรรคก้าวไกล (2563 – 2567)
ตุลาคม – พฤศจิกายน 2566 วิกฤตจริยธรรม สส. คุกคามทางเพศ (กรณี สส.ปราจีนบุรี และ สส.กรุงเทพฯ)
เหตุการณ์ : นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา (สส.ปราจีนบุรี) และ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ (สส.กทม.) ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศทีมงาน
การขอโทษ : นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ต้องแถลงขอโทษสังคมซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อกระบวนการตัดสินของพรรคที่ล่าช้าและผลการลงมติในตอนแรกที่สร้างความไม่พอใจให้สังคม
กรกฎาคม – สิงหาคม 2566 : กรณีถอยให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล
เหตุการณ์ : หลังการเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และต้องส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย
การขอโทษ : นายชัยธวัช แถลงขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถรักษาเจตจำนงของเสียงข้างมากไว้ได้
พฤษภาคม 2566 : กรณีดีล “พรรคชาติพัฒนากล้า” เข้าร่วมรัฐบาล
เหตุการณ์ : พรรคมีข่าวจะดึงพรรคชาติพัฒนากล้า (ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช) มาร่วมรัฐบาล จนเกิดกระแส #มีกรณ์ไม่มีกู
การขอโทษ : พรรคต้องออกแถลงการณ์ขอโทษและยุติการเจรจาในทันทีภายในคืนเดียว
3. ยุคพรรคอนาคตใหม่ (2561 – 2563)
กันยายน 2562 : กรณี สส.ศรีนวล บุญลือ อภิปรายเรื่องโรงพยาบาล
เหตุการณ์ : สส.ศรีนวล (ในขณะนั้น) อภิปรายประเด็นงบประมาณสาธารณสุขแต่ถูกมองว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนและสร้างความสับสน
การขอโทษ : แกนนำพรรคต้องคอยออกมาชี้แจงและขอโทษในข้อผิดพลาดเชิงข้อมูลของสมาชิกพรรคบ่อยครั้งในที่ประชุมสภา
ดูเหมือนว่า “วัฒนธรรมการขอโทษ” ด้านหนึ่งอาจจะแสดงออกถึง ความรับผิดชอบของพรรค แต่อีกด้านหนึ่งมันก็แสดงละจุดอ่อนที่สะท้อนว่าพรรคยังมีปัญหาเรื่องการคัดกรองบุคลากร และการแสดงจุดยืนทาทงการเมืองในบางสถานการณ์ และก็ไม่แน่ว่า หลังจากแถลงการณ์ขอโทษ ครั้งล่าสุด การอภิปรายแบบ ไร้วุฒิภาวะ ของสส.กทม.ครั้งนี้แล้ว จะมีเหตุการณ์ที่ให้พรรคประชาชน ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษ ในอนาคตอีกหรือไม่