วุฒิสภา ตั้ง 15 กมธ. สอบประวัติ จักรพงศ์ ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาล รธน.

วุฒิสภา ตั้ง 15  กมธ. สอบประวัติ จักรพงศ์ ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาล รธน.

วุฒิสภา ตั้ง 15 กมธ. สอบประวัติ จักรพงศ์ ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาล รธน.

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.01 น.

‘สว.’ ตั้ง 15 กมธ.ตรวจสอบประวัติ ‘จักรพงศ์’ คั่วนั่ง ‘ตุลาการศาลรธน.’ ขีดเส้นทำงาน 60 วัน ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ ข้องใจไร้ตัวแทนจาก  ‘กมธ.พัฒนาการเมืองฯ’ แนะพิจารณาปม 
‘บัตรสนเท่ห์’ ส่อขาดคุณสมบัติตามรธน. ขณะที่ ‘วุฒิชาติ’ แจงทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ ย้ำกระบวนการไม่ได้เร่งรัด เคยชะลอเรื่องเข้าวุฒิสภามาแล้ว เหตุต้องรอสอบเรื่องร้องเรียน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

โดยกรรมาธิการสอบประวัติที่สว.ตั้ง มีทั้งสิ้น 15 คน อาทิ นายกมล รอดคล้าย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายชีวะภาพ ชีวะธรรม พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายธวัช สุระบาล  นายกัมพล สุภาเพ่ง พร้อมกับกำหนดเวลาทำงานภายใน 60 วัน

หลังจากนั้นนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. หารือเพื่อตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งตัวแทน กมธ. เพื่อให้เป็นกมธ.สอบประวัติ ไม่มีตัวแทนของกมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ถือเป็นความน่าเสียดาย เพราะบุคคลที่เสนอให้แต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในคุณสมบัติด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์มีความเกี่ยวข้องกับกมธ.การพัฒนาเมืองฯ 

นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ในกรณีที่รายงานของกรรมการสรรหา ที่ระบุถึงผลการตรวจสอบบัตรสนเท่ห์ให้ตรวจสอบคุณสมบัติที่พบว่านายจักรพงษ์ใช้สมัครไม่ตรงกับสาขาที่สมัครซึ่งพบผลการพิจารณาที่ใช้การลงมติตัดสิน โดยผลออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 2 ซึ่ง 2 เสียง ที่เห็นว่าคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มีนัยสำคัญ เพราะมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสรรหา คือ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ทั้งนี้ตนมองว่ากระบวนการสรรหา ที่รัฐธรรมนูญกำหนดและตามความมุ่งหมาย ให้เน้นกระบวนการปรึกษาหารือ แต่รายงานที่สว.ได้รับ เน้นการลงมติและให้เหตุผลประกอบสั้นๆ ดังนั้นตนหวังว่ากรรมการสรรหาจะพิจารณาเรื่องดังกล่าว ให้เป็นสาระสำคัญของกระบวนการพิจาณาเพื่อให้เกิดความกระจ่างและลดข้อสงสัยจากประชาชน ว่า ทำไม 6 เสียงเห็นถึงว่าคุณสมบัติสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีก 2 เสียงมองว่าไม่ถูกต้อง

นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ในรายงานของกมธ.ตรวจสอบปะวัติฯ นั้นตนขอเสนอให้พิจารณาในประเด็นของการเปิดเผยรายงานตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา 110 กำหนด เพราะที่ผ่านมาพบการเปิดเผยเพียงประวัติของผู้ถูกเสนอชื่อ 1 หน้ากระดาษ นอกนั้นคือกระบวนการของกมธ.และแบบฟอร์มตรวจสอบจริยธรรม  ซึ่งเรื่องดังกล่าวควรเปิดเผยให้รับทราบมากกว่านี้เพื่อให้สาธารณชนรับทาบ เพราะขณะนี้มีคความขัดแย้งและสงสัยในกระบวนการว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ 

ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา)  ชี้แจงว่า  กระบวนการคัดสรรกมธ.สามัญให้ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติบุคคลที่เสนอชื่อ  เป็นการเรียงลำดับของกมธ. ซึ่งชุดนนี้อาจยังไม่ใช่ลำดับของกมธ.การพัฒนาการเมือง  ดังนั้นการดำเนินการตาม ทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้

นายวุฒิชาติ ชี้แจงอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูรอบนี้มีการเร่งรัด ตนไม่สบายใจ เพราะข้อเท็จจริงแล้วกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้ทำมา ตั้งแต่ พ.ย.2567 หรือใช้เวลาปีครึ่ง ที่ประชุมกรรมการสรรหาหได้ทำมาหลายครั้ง และมีที่เสียงเห็นชอบไม่ถึง 2 ใน 3 ต้องเร่ิมกระบวนการใหม่ และรอบล่าสุดได้ขยายเวลาเปิดรับสมัคร เป็น 45 วันจากเดิม 15 วัน  เพราะมีผู้สมัครน้อย ส่วนการลงมติของกรรมการนั้นตนไม่ก้าวล่วง

“เวลาที่สื่อมวลชนนำเสนอว่าเร่งรัดการทำงาน จริงๆ แล้ว ได้เชิญฝ่ายเลขาธิการวุฒิสภามาหารือ ซึ่งจริงแล้วเรื่องนี้ได้รับการบรรจุวาระตั้งแต่ 28 เม.ย. แต่ชะลอเรื่องดังกล่าวออกไป เพราะมีข้อร้องเรียนต่อผู้ได้รับกาเสนอชื่อ ทั้งนี้เป็นข้อร้องเรียนหลังจากหมดเวลายื่นเรื่องแล้ว แต่กรรมการสรรหาไม่ได้ปล่อยวาง ไม่ได้ละเลย ขอรับเรื่องเพื่อพิจารณา จึงเลื่อนรับรอง จาก 24 เม.ย. เป็น 29 เม.ย.  กระบวนการนั้นได้ประสานงานกัน เรียกว่าทำงานเป็นทีม ว่าเรื่องจะเข้ามาเมื่อใด จะบรรจุวาระเมื่อใด”  นายวุฒิชาติ ชี้แจง

Leave a comment