ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดน พระราชณิธานอันแน่วแน่ในการ ‘สืบสาน รักษา และต่อยอด’ งานหัตถศิลป์ไทยสู่สากล

ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดน พระราชณิธานอันแน่วแน่ในการ ‘สืบสาน รักษา และต่อยอด’ งานหัตถศิลป์ไทยสู่สากล

ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดน พระราชณิธานอันแน่วแน่ในการ ‘สืบสาน รักษา และต่อยอด’ งานหัตถศิลป์ไทยสู่สากล

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวขานถึงไปทั่วโลกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่าง 29 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2569 ของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา  โดยเฉพาะพระสิริโฉมและรอยแย้มพระสรวลอันงดงามของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในฉลองพระองค์อันสะท้อนความวิจิตรของศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านการออกแบบที่ประณีตและร่วมสมัย ทั้งผ้าไหมไทย งานปักฝีมือช่างไทย และเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ถูกเผยแพร่ด้วยความชื่นชมอย่างกว้างขวางผ่านสื่อในทุกแพลตฟอร์มทั้งในประเทศสวีเดนและสื่อทั่วโลก  ทุกองค์ประกอบมิได้เป็นเพียงความงดงามแห่งฉลองพระองค์ หากยังเป็นการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย และนำเสนอคุณค่าของงานศิลปาชีพไทยให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกอย่างภาคภูมิ

ฉลองพระองค์เดรสโค้ตแขนยาวสีดำ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายผีเสื้อ”

ในวันแรกของการเสด็จพระราชดำเนินเยือน 29 เมษายน 2569  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี ทรงปรากฏพระองค์อย่างสง่างามในทรงฉลองพระองค์โค้ท (Coat) ทรงคอลัมน์เข้ารูปสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงความสุขุม นิ่งสงบ และเป็นสากล ประดับกระดุมเงินฝังนิลบริเวณแนวพระศอและด้านหน้า สะท้อนความสง่างามแบบสตรีชั้นสูงและความถูกต้องตามกาลเทศะในระดับรัฐพิธี

ภายใต้เดรสโค้ต คือเดรสผ้าไหมไทยตัดเย็บจาก ผ้าไหมยกดอกลำพูนลายผีเสื้อ อันเป็นงานหัตถศิลป์ล้ำค่าจากหมู่บ้านศรีเมืองยู้ จังหวัดลำพูน ทอโดย Wasin Thai Textile ตัวผ้าทอสอดดิ้นเงินในโทนสีเงินโบราณ เพิ่มความประณีตด้วยดิ้นเงิน งานปักลูกปัด และคริสตัลสีดำกระจายทั่วทั้งชุด สะท้อนถึงความประณีตของช่างฝีมือไทยและความเป็นสากลได้อย่างลงตัว พระองค์ยังทรงถือกระเป๋าหนังแกะ หูจับเงิน ประดับควอตซ์สีน้ำตาล  เพิ่มความสมบูรณ์แบบได้อย่างลงตัว

ฉลองพระพระองค์ชุดไทยดุสิต ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงออกแบบ

วันที่ 29 เมษายน 2569  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมงานเลี้ยงถวายพระกระยาหารค่ำ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเลือกปรากฏพระองค์ใน “ชุดไทยดุสิต” สีม่วง หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงออกแบบไว้สำหรับงานราตรีสโมสร เป็นชุดไทยแบบคอกว้าง (คอยู) ไม่มีแขน ทรงเลือกใช้สีม่วงสีประจำวันพระองค์  มีการปักประดับด้วยดิ้นทอง ลูกปัด และคริสตัลเป็นลวดลายไทยเพิ่มความระยิบระยับ ทรงนุ่งผ้ายกทองสีม่วงเข้าชุดกัน โดยจีบหน้านางและมีชายพกตามแบบราชประเพณีไทยแท้  ทางคาดปั้นเหน่งเพชรราชวงศ์จักรี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์พระราชวงศ์จักรี (รูปจักรกับตรี) มักสวมใส่คู่กับสายทองคำประดับเพชร เป็นพระราชมรดกตกทอดจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมพระกุณฑล (ต่างหู) ประดับเพชรตราจักรีที่เข้าชุดกัน

ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ความงดงามล้ำค่าแห่งหัตถศิลป์ไทย

วันที่ 30 เมษายน 2569  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า พร้อมทอดพระเนตรการขับร้องประสานเสียงถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน ณ วิหารหลวง พระราชวังหลวง กรุงสตอกโฮล์ม ในวาระอันสำคัญยิ่งนี้  ทรงปรากฏพระองค์อย่างสง่างามในฉลองพระองค์ “ชุดไทยบรมพิมาน” สีน้ำตาลทองอันวิจิตร หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยมที่มีความสุภาพและเป็นทางการระดับสูงสุด ตัดเย็บด้วยผ้ายกทองที่มีความละเอียดประณีต ตัวเสื้อคอกลมขอบตั้งแขนยาว ทำจากผ้าโปร่งปักประดับด้วยคริสตัลและเลื่อมเป็นลวดลาย “ดอกไม้แก้ว”  เป็นลายปักที่ผสมผสานระหว่างลายไทยกับลายยุโรป เย็บติดกับผ้านุ่งยกทองที่จับจีบหน้านางมีชายพกตามแบบแผนโบราณ ทรงประดับด้วยเข็มขัดทองคำและปั้นเหน่งอัญมณีขนาดใหญ่ที่งดงามโดดเด่น ซึ่งสืบทอดมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดับพระกุณฑลอัญมณีเพชรแบบหยดน้ำ สีเหลือง ซึ่งเข้ากับทรงพระเกศารวบตึงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ฉลองพระองค์ราตรียาวแบบสากล สวมมงกุฎ Tiara และสายสะพายจักรี

วันที่ 30 เมษายน 2569  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมงานเลี้ยงถวายพระกระยาหารค่ำ (Gala Dinner) ณ พระราชวังกรุงสต็อกโฮล์ม  ซึ่ง พระราชินีและเจ้าหญิงแต่ละพระองค์ ทรงฉลองพระองค์พร้อมรัดเกล้า (Tiara) ที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน  โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ทรงปรากฎพระองค์ในฉลองพระองค์ราตรียาวแบบสากล (Evening Gown) สะท้อนถึงความหรูหราแบบสากล แต่ยังคงไว้ซึ่งเกียรติยศแห่งราชวงศ์ไทยอย่างสูงสุด ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยผสมลูกไม้ลายขนนก งานปักดิ้นเงินด้วยมือ สะท้อนทักษะเชิงช่างชั้นสูงด้วยการปักประดับลูกปัดขนาดเล็กและคริสตัลโทนสีเงินทั่วทั้งชุดอย่างบรรจง พร้อมชายลากยาว โดยได้แรงบันดาลใจจากสไบของชุดไทยจักรี  ถวายงานออกแบบและตัดเย็บโดยแบรนด์ไทย Meshmuseum  ซึ่งได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากผู้ติดตามแฟชั่นราชวงศ์ พระองค์ทรงพาดสายสะพายสีเหลือง และทรงคลุมเคป (Evening Cape) สีงาช้าง เพิ่มภาพลักษณ์สง่างามระดับราชสำนักยุโรป มีความเป็นทางการระดับสูง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี   ทรงงดงามด้วยเทียร่า Diamond Fringe Tiara (รัดเกล้าเพชรรัศมีสุริยะ) พระราชมรดกอันทรงคุณค่าจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นรัดเกล้าเพชรที่ได้รับความนิยมในราชสำนักยุโรปมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงสั่งทำจากรัสเซียเมื่อครั้งเสด็จประพาส  มีดีไซน์ร่วมสมัยที่มีความสูงและเพรียว แข็งแกร่งแต่ยังคงความอ่อนช้อย ทรงสะพายสายสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ฝ่ายใน) ซึ่งเป็นสายสะพายสีเหลืองโดดเด่น เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดแห่งพระราชวงศ์จักรี ประดับพระกุณฑล (ต่างหู) เพชรน้ำงามรูปหยดน้ำ สีขาวเงิน และพระกระเป๋าทรงถือ (Clutch) อัญมณีสีเงิน และฉลองพระบาทสีเงินที่เข้าชุดกันอย่างลงตัว

ฉลองพระองค์สูทสีดำ ผ้าไหมมัดหมี่ทอมือ  เรียบ โก้ เสด็จฯ กลับประเทศไทย

ในวันเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์สูทสีดำเข้ารูป แขนยาว เรียบ โก้   ดีไซน์เดรปเฉียงช่วงพระองค์ลงสู่เอวด้านข้าง ประดับเข็มกลัดเพชรรูปผึ้ง  ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ทอมือ ผสานผ้าลูกไม้โปร่ง และทรงถือกระเป๋าย่านลิเภา งานจักสานชั้นสูงของไทย

ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เยือนราชอาณาจักรสวีเดน ครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงอาภรณ์ที่งดงาม แต่ยังเป็นเสมือนทูตทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดความประณีต อ่อนช้อย และอัตลักษณ์อันโดดเด่นของไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพระราชวงศ์นานาประเทศ สะท้อนถึงพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี ในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถศิลป์ไทยจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้ดำรงอยู่และสง่างามไปทั่วโลกอย่างภาคภูมิ…ศิลป์ไทยเมื่อได้รับการสืบสานด้วยความประณีต ย่อมทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา

(ภาพ : หน่วยราชการในพระองค์ และ Getty Images)

Leave a comment