
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.22 น.
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทะเลที่สงบสวยงาม ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
จุดแข็งของประเทศไทยที่คนทั้งโลกยอมรับ และเป็นคำถามสำคัญว่า เราจะพัฒนาโดยไม่ทำลายสิ่งนี้ได้อย่างไร
สำหรับโครงการ “แลนด์บริดจ์” หากถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ผมขอตอบตรงๆ ว่าเป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะยังต้องการ “ข้อมูลที่มากพอ” เพื่อประกอบการตัดสินใจ
แลนด์บริดจ์คือแนวคิดการสร้างเส้นทางลัดในการขนส่ง เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ทำให้ระยะทางสั้นลง เวลาเร็วขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง ก็ฟังดูดีแต่คำถามสำคัญคือ “ดีจริงแค่ไหน ???” สร้างแล้วจะให้เกิดการใช้บริการได้มากพอ คุ้มค่าการลงทุนไหม ตัวเลขความประหยัดลดต้นทุนลง จะดึงดูดผู้ใช้บริการได้มากน้อยแค่ไหน และตัวเลขทางเศรษฐกิจ จะคุ้มทุนกับเงินลงทุนมหาศาลหรือไม่ ยังเป็นข้อกังวล
หากผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจชัดเจน เป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ สามารถเพิ่มศักยภาพ ทั้งในด้านการจ้างงาน การลงทุน และการยกระดับห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ก็น่าสนใจ แต่ในทางกลับกัน หากตัวเลขไม่ชัด หรือไม่สามารถดึงดูดการใช้งานจริงได้เพียงพอ โครงการขนาดใหญ่นี้ก็อาจกลายเป็นภาระในระยะยาว
ที่สำคัญเราต้องไม่ลืมว่า ประเทศไทยไม่ได้มีแค่ “โลจิสติกส์” แต่เรามี “การท่องเที่ยว” ที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ เป็นรายได้หลักของประเทศ เรามีทะเลที่สวยงาม มีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และมีพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงเป็นจำนวนมาก
คำถามคือ ผลกระทบจากการถมทะเล มลพิษ น้ำมันรั่ว การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และการสูญเสียแหล่งประมง
จะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน และเรารับได้หรือไม่
ในมิติการท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ “ทะเลที่สงบสวยงาม ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์” ซึ่งเป็นจุดขายระดับโลกของประเทศไทย จะได้รับผลกระทบเพียงใด ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เรื่องนี้ต้องมี “คำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน” ไม่ใช่เพียงความคาดเดา
ต้องกล้าตั้งคำถามด้วยว่า หากงบประมาณที่อาจใช้น้อยกว่าในโครงการนี้ ถูกนำไปลงทุนเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทย สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเล และชายฝัง เราจะสามารถสร้างรายได้ และการเติบโตทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวได้ในระดับที่คุ้มค่ากว่า หรือยั่งยืนกว่า หรือไม่ โดยไม่ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่
ผมคงยังไม่ถึงกับปฏิเสธโครงการนี้ แต่ก็ยังไม่เห็นเหตุผลเพียงพอที่จะเห็นด้วยทันทีเช่นกัน และในฐานะที่เคยทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือการศึกษาผลกระทบทั้งระดับยุทธศาสตร์และระดับโครงการ ไม่ว่าจะเป็น SEA, EIA และ EHIA ซึ่งต้องเปิดเผย โปร่งใส ตรงไปตรงมา และให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ประเทศไทยต้องการการพัฒนา แต่การพัฒนานั้น ไม่ควรต้องแลกด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ชีวิตของสัตว์ทะเล ป่าชายเลน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน หากจะเดินหน้า ต้องเดินหน้าบนพื้นฐานของ “ข้อมูลที่ชัดเจน” “ความโปร่งใส” และ “ความยินยอมของคนในพื้นที่” เพราะการพัฒนาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้ประเทศเติบโต แต่ต้องทำให้ประชาชนอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วย
ขอบคุณครับ