
อดีตทูตนริศโรจน์ หนุน Land Bridge ชี้ ช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจภาคใต้ เตือนอย่าซ้ำรอยศรีลังกา
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.07 น.
วันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงทัศนะเกี่ยวกับโครงการ Land Bridge ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเจ้าตัวเน้นย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัวที่อยากให้มองด้วยเหตุผล จนเกิดเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลทันที โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ขอออกความเห็นในเรื่อง Land Bridge อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องเคารพความเห็นต่างกันด้วยความสุภาพและเหตุผลนะครับ //
1. ผมไม่เห็นด้วยกับการขุดคลอง เพราะต้องใช้เงินมหาศาล ต้องมีการปรับระดับน้ำทะเลเป็นระยะๆ เพราะน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทยกับอันดามันต่างกัน
.jpg)
2.อันนี้เหตุผลส่วนตัว การขุดคลองเปรียบเสมือนแผ่นดินตอนใต้ขาดออกไปจากแผ่นดินไทย ไม่เป็นมงคล ผิดฮวงจุ้ย ในทางยุทธศาสตร์มองแล้วไม่สวย
3.จริงๆไม่ควรใช้คำว่า แลนด์บริดจ์แล้ว แต่ควรใช้คำว่าโครงการพัฒนาพื้นที่ logistics ภาคใต้ตอนบน ซึ่งรวมเขตพื้นที่อุตสาหกรรมแบบ EEC
4.เคยลงไปดูงานในพื้นที่มาทั้งที่ ระนองและชุมพร การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จะต้องใช้ระบบ automation แบบที่จีนใช้ขนส่งพัสดุมหาศาลให้เป็นระบบจัดส่งเสร็จได้ภายใน 1-2 วัน ดังนั้น ระบบเรือเทียบท่าทั่งสองฝั่งต้องใช้ระบบแบบใหม่ในการจัดส่งลำเลียงของขึ้นเรือ การจัดคิวเรือ ถ้าทำได้เป็นระบบ ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์ชั้นสูงควบคุม จะรวดเร็วขึ้นเยอะ
5.มีการพัฒนาสนามบินใน 2 จังหวัดให้รับเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ และ มอเตอร์เวย์ เชื่อม 2 ฝั่ง / ท่อน้ำมัน และจะสอดรับกับแผนการในอนาคตที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูง กทม.-ปาดังเบซาร์ ถ้าทำได้จริง ระบบ logistics จะเชื่อมกันเป็นโครงข่ายใยแมงมุม ซึ่งผมมองว่าดี มากกว่าไม่ดี
.jpg)
6.นอกจากนี้จะมีการพัฒนาท่าเรือ ขยายท่าเรือให้รองรับเรือนักท่องเที่ยวขนาดยักษ์ที่เรียกว่าเรือ Cruise ได้ 2-3 ลำ ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองฝั่งท่าเรือระนองและชุมพร ตรงนี้จะบูมการท่องเที่ยวมหาศาล
7.ในอนาคตเราจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โครงการ แลนด์บริดจ์ หรือจะใช้ชื่ออะไรในอนาคตก็ตาม นั่นก็คือ การเชื่อม ท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก กับ ท่าเรือชุมพร connect เข้ากับท่าเรือระนอง สินค้าที่ส่งออกจะมี option เพิ่มในการขนส่งไปฝั่งมหาสมุทรอินเดียได้มากขึ้น ระบบ logistics จะประสานกันเป็นใยแมงมุมขนาดใหญ่ จากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย บนลงล่าง ล่างขึ้นบน เป็นกากบาทขนาดใหญ่ ใครล่ะครับจะได้ประโยชน์ ?
โดยส่วนตัวสนับสนุนให้ทำมากกว่าไม่ทำ เพียงแต่จะต้องควบคุมมิให้เกิดการคอรัปชั่น และต้องใช้ระบบขนส่งสมัยใหม่ทันสมัยที่สุด เอาให้เป็นโครงการตัวอย่างของโลกไปเลย ถ้าทำได้ ลูกค้ามาเอง และเศรษฐกิจภาคใต้ตอนบนจะพลิกโฉมไปอีกมาก จะมีการสร้างงานอีกมหาศาล
เรื่องนี้ผมนึกถึงเรื่องตอนที่ ในหลวง ร.5 ท่านทรงปฏิรูปประเทศ สร้างทางรถไฟ ทำให้การคมนาคมขนส่งสะดวกขึ้น ถ้าไม่มีการเริ่มต้นก้าวแรก เราก็คงไม่เป็นแบบนี้
.jpg)
ขอเล่าประสบการณ์ครั้งนึง ผมเคยดูแลคณะสื่อมวลชนจากศรีลังกาที่เป็นแขกของ กต. หัวหน้าคณะสื่อศรีลังกาเป็นสื่ออาวุโสอายุมากแล้ว เขาเล่าว่าสมัยที่อังกฤษยึดครองศรีลังกา ตอนนั้นศรีลังกามีความหวังจะเป็น ไข่มุกแห่งเอเชียใต้ มีความหวังในอนาคตมาก ตอนนั้นสิงคโปร์ยังไม่เกิด ยังรวมกับมาเลเซียอยู่ เรียกว่าอนาคตสดใสมาก ยิ่งกว่าไทยอีก
แต่หลังจากได้อิสรภาพจากอังกฤษ ศรีลังกากลับย่ำเท้าอยู่กับที่ ไม่กล้าลงทุนพัฒนาอะไร มีการคอรัปชั่น ระบบทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่มีการขับเคลื่อนอะไรที่เป็นรูปธรรม
หัวหน้าสื่อเขามาเห็น infrastructure ของไทยแล้ว เขาบอกว่าไทยได้พัฒนาล้ำหน้าไปมาก โดยเริ่มจากช่วงรอยต่อในสมัย ร.5 เป็นต้นมา ถึงแม้ทั้งไทยและศรีลังกาต่างก็มีปัญหาคอรัปชั่น แต่ไทยกลับรุดหน้าไปเรื่อยๆ ในขณะที่ศรีลังกาหยุดนิ่ง เล่าสู่กันฟังครับ ใครไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยก็ผ่านไปละกันนะครับ ไม่ต้องด่าทอ ประชดประชัน เพราะผมไม่ใช่รัฐบาล มันเป็นแค่เหตุผลส่วนตัวของผมเท่านั้น”
.jpg)
หลังจากโพสต์ของ นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย เผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตและผู้เชี่ยวชาญต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เช่น
“ที่จริงการที่มีท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง แล้วการศูนย์ขนถ่ายสินค้าไม่ใช่จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตกอย่างเดียว รถไฟ สามารถขนถ่ายสินค้าจาก ภาคใต้ มาเล แม้ สิงคโปร์ ผ่ารรถไฟ มาที่ท่าเรือนี้ได้ และสินค้าที่ลงท่าเรือสามารถนำมาแปรรูป เพื่อขนถ่าย ก่อนข้ามฝั่ง นำ้มันแทนที่จะขนไปมาเลย์ สิงคโปร์ ส่งต่อทางท่อจากท่าเรือ ไป เร็วกว่า เรือไป”
“ข้อกังวลและข้อสนับสนุนของคุณนิคไปในทางเดียวกันค่ะ อยากให้ประเทศพัฒนาไม่ย่ำอยู่กับที่ แต่ก็เข้าใจความเป็นห่วงที่เรามีนักการเมืองและหน่วยงานรัฐรวมถึงภาคเอกชนคนธรรมดาที่มักไม่ซื่อสัตย์กับหน้าทีตัวเอง เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับคนพื้นที่ กระซิบความในใจว่า ‘ถ้าโครงการนี้ดำเนินไปโดยมีลุงตู่เป็นผู้นำคงจะให้ความรู้สึกเชื่อมั่นมากกว่านี้’”
“ตอบในฐานะนักโลจิสติคส์ มีตู้คอนเทนเนอร์วิ่งจากสิงคโปร์-มาเลเซียเข้าไทยทุกวัน ถ้ามีแลนด์บลิดจ์ ตู้จะขึ้นที่ชุมพรเข้ากทม ทันทีลดเวลาลดค่าใช้จ่าย สนับสนุนใช้ระบบ auto ไม่ใช่แค่ประหยัดแรงงานแต่ประหยัดเวลา ลดการคอรัปชั่นและลดอุบัติเหตุ สร้างงานได้เป็นแสนตำแหน่ง แสนตำแหน่งนี้จะมีรายได้ไปพัฒนาคนในชุมชนได้อีกหลายครัวเรือนระบบรางและระบบทางเรียบสามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้ สนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว รายได้ส่วนหนึ่งต้องถูกจัดสรรเพื่อรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป”
“ในฐานะคนใต้เห็นด้วยกับแนวคิดของพี่นิคครับ โครงการนี้จะทำให้ภาคใต้พัฒนาเทียบเท่าภาคอื่นๆ ซึ่งภาคใต้ถูกทอดทิ้งมานาน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนรายละเอียดก็ตามที่ท่านทูตพูดถึงเลยครับ”
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj, google map