ฉะกลับปชป.เคยกู้4แสนล เอกนิติเดือด ไม่สนฝ่ายค้านจ่อยื่นศาล ปชน.เตรียมหารือเอาด้วย

ฉะกลับปชป.เคยกู้4แสนล เอกนิติเดือด ไม่สนฝ่ายค้านจ่อยื่นศาล ปชน.เตรียมหารือเอาด้วย

ฉะกลับปชป.เคยกู้4แสนล เอกนิติเดือด ไม่สนฝ่ายค้านจ่อยื่นศาล ปชน.เตรียมหารือเอาด้วย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ฉะกลับปชป.เคยกู้4แสนล เอกนิติเดือด ไม่สนฝ่ายค้านจ่อยื่นศาล ปชน.เตรียมหารือเอาด้วย

นายกฯเมินฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเบรกออก พ.ร.ก.กู้เงิน4 แสนล้าน ยืนยันทำเพื่อประชาชน พร้อมเปิดให้ทุกฝ่ายตรวจสอบความโปร่งใส ขณะที่ “เอกนิติ” ย้ำจำเป็นเร่งด่วน อัดกลับยุคปชป.เคยทำคลอดมาตรการไทยเข้มแข็ง แถมยังเคยไปชี้แจงต่อศาลมาแล้ว ด้านคลังตั้งปลัดฯนั่งประธานกลั่นกรองควบคุมการใช้จ่าย ส่วนปชน.ตามถล่มซ้ำฉะตีเช็คเปล่า-กู้มาโปะคนละครึ่ง เตรียมผนึกประชาธิปัตย์ล่าชื่อยื่นตีความ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญกรณีออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่ ตนทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำ

เมื่อถามว่ารัฐบาลยินดีให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณหรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว โดยยืนยันว่า มีการตรวจสอบทุกขั้นตอน รวมถึงการตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัลและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ในเรื่องของการชี้แจงเพิ่มเติมนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังอยู่แล้ว หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบคอยชี้แจง

เอกนิติเมินปชป.ยื่นศาลตีความพ.ร.ก.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ในรายการอินไซด์ไทยแลนด์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออกพ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้านบาท ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ว่าที่ผ่านดูทุกช่องทางแล้ว ทั้งการโยกงบประมาณปี 2569 ที่เบิกจ่ายล่าช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณประจำปี 2570 จะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเหลือระยะเวลาอีก 5 เดือน แต่วิกฤตตอนนี้ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้ทันท่วงที ซึ่งจากการดูภาพรวมแล้ว งบไม่เพียงพอ ฉะนั้น ยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว มีความจำเป็นและเร่งด่วน

นายเอกนิติกล่าวว่าส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ไม่กังวล เพราะสมัยการออกพ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง (กู้วงเงิน 400,000 ล้านบาท) ก็ถูกฟ้อง ตนก็ไปช่วยอธิบายที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวเข้าใจบทบาทของนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังอธิบายอีกว่ามาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วน และดูทางเลือกอื่นไม่เห็นทางเลือกอื่นๆ

เตรียมกระสุนให้พร้อม-ไม่ตีเช็คเปล่า

นายเอกนิติยังกล่าวถึงกรณีน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินเป็นการตีเช็คเปล่า ว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ คือให้อำนาจกระทรวงการคลังเป็นผู้กู้เงิน ส่วนรายละเอียดจะมาที่หลัง และจากสถานการณ์ประเทศขณะนี้กำลังเจอวิกฤตโลกและพลังงาน ที่จะมาหลายระลอก และหลายประเทศก็มองว่าวิกฤตจะมาหลายระลอก และกลายเป็นวิกฤตระยะยาว ฉะนั้น เราจึงต้องหาวิธีมาป้องกันปัญหาในระยะยาว ฉะนั้นต้องเตรียมกระสุนให้พร้อมด้วยการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อเป็นกระสุนในการบรรเทาผลกระทบประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจนมาก

“นี่เป็นวิกฤตปากท้อง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าพลังงานและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ฉะนั้น ควรเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น” นายเอกนิติกล่าว และย้ำอีกว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ได้เป็นการใช้งบรวดเดียว มีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ไม่ใช่อยากจะทำอะไรก็ทำ หรือตีเช็คเปล่า

‘สิริพงศ์’สวนปชน.ปัดตีเช็คเปล่า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการตีเช็คเปล่าว่า คงไม่ใช่การตีเช็คเปล่าแต่อาจจะเป็นแบบที่เขาไม่คุ้นเคย ที่ผ่านมารัฐบาลบางยุคจะกู้เงินมาทำโครงการ แต่ครั้งนี้เงินจะลงไปถึงประชาชนทั้งหมด ไม่ได้มาในรูปแบบจะทำถนนเส้นนั้นเส้นนี้ เป็นรูปแบบที่เขาไม่เคยทำจึงทำให้เขาสงสัย

“นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่า 2 แสนล้านบาท จะไปช่วยประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันแพง โดยเงินจะอุดหนุนไปที่ตัวประชาชน โดยจะดำเนินการผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนรายละเอียดขอให้รอกระทรวงการคลัง ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท จะช่วยประชาชนลดภาระสำหรับการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิล มาใช้พลังงานสะอาด รัฐจะไปช่วยสนับสนุน อาจจะมาในรูปแบบช่วยดอกเบี้ยคนละครึ่ง หรือช่วยติดโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งที่ผ่านมากู้เงินมาก้อนหนึ่งมาทำถนน ทำนู่น ทำนี่ ทำนั่น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เงินทั้งหมดที่กู้มาจะไปถึงประชาชนทั้งหมด”นายสิริพงศ์ ย้ำ

ยันเข้าเงื่อนไขออกพ.ร.ก.ทุกข้อ

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความฉุกเฉิน จำเป็น เร่งด่วน นายสิริพงศ์ กล่าวว่าขณะนี้งบกลางที่เหลืออยู่ต้องสำรองไว้สำหรับเรื่องความมั่นคงและเม็ดเงินไม่เพียงพอ กว่างบประมาณปี 70 จะใช้ได้ก็เดือน ต.ค. 2569 สถานการณ์วันนี้คำถามคือประชาชนได้รับผลกระทบแล้วหรือยัง เดือดร้อนหรือยัง สมควรที่จะทำหรือยัง ถ้าเกิดประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว ไม่รู้สถานการณ์จะจบเมื่อไหร่มันก็เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ

เมื่อถามถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นายสิริพงศ์ กล่าวว่าเป็นสิทธิของเขา แต่คิดว่า สิ่งที่นายกฯนำเสนอและฝ่ายกฎหมายรัฐบาลพิจารณาเข้าเงื่อนไขในการออก พ.ร.ก.ทุกข้อ

รบ.ย้ำเดินหน้าแก้วิกฤตประชาชน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนดกู้เงินของรัฐบาลว่า มีความจำเป็นและเร่งด่วนหรือไม่นั้น ถือเป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย แต่ในส่วนของฝ่ายบริหาร รัฐบาลยืนยันว่า การเร่งออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้ ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนภาคการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากไม่เร่งมีมาตรการรองรับ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงควบคู่กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะถัดไป ซึ่งจะแก้ไขได้ยากกว่าปัจจุบันหลายเท่า

มุ่งให้เกิดผลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง โดยไม่กระทบต่อเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ของGDP และทุกโครงการจะอยู่ภายใต้ระบบกลั่นกรอง ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

“รัฐบาล มีหน้าที่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความจำเป็นในการดูแลประชาชนและประคับประคองเศรษฐกิจประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงมุ่งให้เกิดผลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่วนฝ่ายค้านก็คงมีดุลพินิจที่แตกต่างไป” น.ส.รัชดา กล่าว

ตั้งบอร์ดกลั่นกรองใช้กู้เงิน4แสนล้าน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น

สำหรับขั้นตอนต่อไป กระทรวงการคลัง จะดำเนินการตามมติ ครม.ในการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้มีการกลั่นกรองโครงการที่เสนอขอใช้เงินกู้ และสามารถกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และตอบโจทย์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยการดำเนินการในขั้นตอนการเสนอโครงการและตรวจสอบกลั่นกรองโครงการต่างๆ ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ตั้งปลัดคลังนั่งประธานกลั่นกรอง

สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ตามมติครม. ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการทั้งจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเศรษฐกิจ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ประกอบด้วย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้ง(จำนวนไม่เกิน 3 คน)และมีผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ผู้แทน สศช. และผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เป็นผู้ช่วยเลขานุการร่วม

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ กำหนดให้การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

รายงานความก้าวหน้า ครม.ทุก 3 เดือน

คณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีอำนาจในการพิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการการใช้จ่ายเงินกู้ตามร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ นี้ ก่อนเสนอ ครม. รวมทั้งกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ และรายงานความก้าวหน้าต่อ ครม. ทุก 3 เดือน รวมทั้งกำหนดวงเงินสำหรับรายการเงินสำรองจ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ เพื่อจัดเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารโครงการตามความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งสามารถให้ข้อเสนอแนะต่อ ครม. เพื่อพิจารณามีมติเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้ สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ ครม. หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่รายงานการกู้เงินตามร่างพ.ร.ก.ที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงินวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ ภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณด้วย

‘ปลัดคลัง’ออกระเบียบสัปดาห์หน้า

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าสำหรับกลไกการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ฉบับนี้ ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลัง จะออกระเบียบ 2 ฉบับ คือ ระเบียบหลักเกณฑ์การกลั่นกรองโครงการ และระเบียบการติดตามและประเมินผลการใช้เงิน ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมเป็นกรรมการเพื่อความโปร่งใส โดยการพิจารณาจะยึดหลัก “5T” เป็นเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ การมุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย การเปลี่ยนผ่านเพื่อลดความเปราะบางทางพลังงานของประเทศ การพลิกโฉมเศรษฐกิจปรับตัวสู่ยุคใหม่ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเน้นการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้อย่างเป็นระบบ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

“ในภาวะวิกฤตพลังงานเช่นนี้ ไม่มีประเทศใดในโลกที่ใช้วิธีอุ้มราคาพลังงานเป็นการทั่วไปเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แต่ทุกประเทศจะใช้วิธีปล่อยให้ราคาลอยตัว แล้วนำเงินไปออกมาตรการเยียวยาแบบเฉพาะเจาะจง นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นภายใน 1 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดต้นทุนในระยะยาว” นายลวรณ กล่าว

‘ศิริกัญญา’เย้ยโปะคนละครึ่ง

เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เงาของพรรคประชาชนถึงข้อกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลออกพ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาทว่า การเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ต้องประสบกับภาวะเดือดร้อนยังคงตกหล่นไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม และน้อยเกินไป แต่เมื่อเรามาดู พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท พบว่า ไม่ได้มีการพูดถึงการเยียวยากลุ่มที่ตกหล่นแต่อย่างใด ยังคงเป็นการเทหมดหน้าตัก งบประมาณ 2 แสนล้านบาท คือการเยียวยาในโครงการคนละครึ่งซึ่งเป็นแบบหว่านแห ไม่มีการคัดกรอง และขณะนี้เจอปัญหาว่า คนที่เดือดร้อนอาจจะไม่ได้รับ คนที่ได้รับอาจจะไม่ได้เดือดร้อน หากเราสังเกตดูโครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกมาทีเดียว 4 เดือนใช้งบประมาณในแผนการเยียวยาเกือบหมด รัฐบาลคิดว่าสงครามจะสิ้นสุดในเร็ววันนี้
ใช่หรือไม่

ดักคอกู้เงินรอบสุดท้าย

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่าถ้าหลังจาก 4 เดือนนี้ วิกฤตยังยืดเยื้อ ราคาพลังงานอยู่ในระดับที่สูง จะต้องกู้ก้อนใหม่หรือไม่ การกู้รอบนี้อาจจะเป็นการกู้รอบสุดท้าย เพราะทุกอย่างกำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่ได้อนุญาตให้รัฐบาลกู้ครั้งใหม่ได้อีก แต่กลับถมเงินก้อนเยียวยาใช้ให้หมดภายใน 4 เดือน ส่วนอีก 2 แสนล้านบาทที่เป็นแผนการเปลี่ยนผ่านต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ เราเห็นว่ายังไม่เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน ควรออกเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) มากกว่าการเป็นพ.ร.ก.อยากให้รัฐบาลทบทวนรายละเอียดให้ชัดเจน นำมาเสนอต่อสภาฯคิดว่าไม่เกิน 3 เดือนน่าจะผ่านพ.ร.บ.นี้ได้โดยไม่ยุ่งยากและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ปชน.ร่วม‘ปชป.’ร้องศาลรธน.

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษากันภายใน ทั้งนี้ ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขอเสียงในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย คงจะต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพราะยังไม่เห็นตัวคำร้อง ซึ่งต้องดูว่าเห็นตรงกันหรือไม่ในแต่ละประเด็น ก่อนที่จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้นั้น พรรคประชาชน ก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะอภิปรายในร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ หากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อนก็อาจจะมีการชะลอการนำพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเข้ามาเพื่อให้ความเห็นชอบในสภาฯ ขณะนี้กำลังดูจังหวะเวลาอยู่ เมื่อถามว่าในการคุยกันกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องเร่งพิจารณาก่อนวันที่ 14พฤษภาคมใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่าตามกฎหมายต้องกระทำก่อนการพิจารณาในสภาฯ

เท้งซัดไม่หว่านแห สอดไส้

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่เป็นการหว่านแห สอดไส้ หรือตีเช็คเปล่าและมีแผนการใช้หนี้ที่ชัดเจนหากรัฐบาลแยกมาตรการเยียวยา และการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างชัดเจน เราคงไม่ได้ติดใจอะไร แต่ข้อสังเกตของพวกเราคือ รัฐบาลพยายามอาศัยช่องในรัฐธรรมนูญเพื่อผ่านร่างพ.ร.ก. ส่วนที่ถามว่าเราจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นตีความว่ากฎหมายถูกหรือผิด แต่หากรัฐบาลทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ส่วนไหนที่เร่งด่วนออก พ.ร.ก. ที่ไม่เร่งด่วนออกเป็น พ.ร.บ.เราจะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกันเรื่องนี้

Leave a comment